ตำราทำอาหารเจ

จาก วิกิตำรา
ข้ามไปยัง: นำทาง, ค้นหา

ตำราอาหารเจ มีหลายสูตร และหลายขนาน เหมือนดั่งยารักษาโรค มีพรรณนาไว้ในที่ต่างแห่งมากมายหลายเรื่อง โดยมีความประสงค์อย่างที่สุดอย่างเดียวกันว่า ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ ที่มีโทษ ทั้งในด้านคำครหาประณาม ต่อทางความเชื่อ ทั้งในข้อเกิดโทษทางชีวเคมีต่อระบบการทำงานในร่างกาย ตำราที่มีชื่อเสียงอย่างมาก ซึ่งมีความแตกต่างกันในรายละเอียดและส่วนอ้างอิงความเป็นมา ที่มีชื่อเสียงมาก มีด้วยกัน 3 เล่ม คือ

  • ตำราอาหารมังสวิรัติชมรมมังสวิรัติแห่งประเทศไทย
  • วิธีประกอบอาหารมังสวิรัติ โดย พระยาภรตราชสุพิช ฯ
  • ตำราอาหารเจ 108 มูลนิธิรัศมีธรรม

เหตุผลทางความนิยม[แก้ไข]

เหตุผลหลักแห่งความเป็นไปทางด้านจิตใจนั้น นอกจากนิยมตามความชอบแล้ว ยังมีส่วนสำคัญที่คนส่วนใหญ่ต้องคำนึงถึงประกอบประวัติศาสตร์ที่มาเกี่ยวข้อง ตามเหตุ ฐานที่มีความเกิดขึ้น ที่จะอ้างไม่ได้นั้น ก็มีความเชื่อหนักแน่นของตำราทางอาหารเจที่บรรยายและบ่งบอกถึงเสมอว่า การที่จะไม่รับประทานเนื้อนั้นจะเป็นความปกติของมนุษย์มาแต่ดั้งเดิม มากกว่า ไม่มีรายละเอียดเท่าใดนักที่จะกล่าวถึง พระเจ้าอโศก ในฐานะผู้ทรงอุปถัมภ์และทรงเป็นแรกเริ่ม แต่ตำราอาหารเจ(มังสวิรัติ)ก็ให้เหตุผลบรรยายมากมาย ที่เป็นงานด้านวิทยาศาสตร์ และความเป็นไปทางสังคมบริโภคที่เป็นไปโดยพระสงฆ์ เพื่อประกอบความส่งเสริมในตำราที่ประดิษฐ์ไว้สืบทอด หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่คนส่วนใหญ่ใช้ส่งเสริมความเข้าใจต่อการศึกษาตำราอาหารชนิดดังกล่าวนี้ ในปัจจุบัน ได้แก่งานศึกษาของ พระ ดร. โลกนาถ และ พระ ดร. พุทธทาส เรื่องลังกาวตารสูตรที่ได้แปลเป็นภาษาไทย งานวิจัยที่กล่าวถึงอาหารมังสวิรัติ และตำราเกี่ยวกับอาหารประเภทนี้ กล่าวถึงสารอาหาร และผล 4 ประเภท ที่ได้รับจากการบริโภค
  • 1) อาหารและอารมณ์
สิ่งสำคัญกว่าอาหาร คือ อารมณ์ มีงานวิจัยพบว่า การรับประทานอาหารด้วยจิตใจที่สงบ ผ่อนคลาย จะทำให้ระบบการย่อย ระบบประสาท และระบบทางเดินอาหารทำงานได้ดี ร่างกายสามารถนำสารต่าง ๆ จากอาหารไปใช้ได้เต็มที่ และสำหรับผู้ที่ยอมรับในด้านพลังจิตยังเชื่อว่า ความรู้สึกนึกคิดของผู้ที่ปรุงอาหารขณะนั้น สามารถถ่ายทอดไปยังผู้บริโภคได้ด้วย
  • 2) อาหารและความจำ
งานวิจัยแสดงให้เห็นว่า ชนิดของอาหารมีผลกระทบต่อการทำงานของสมอง ประสาท และจิตใจเสมอ อาหารจึงมีส่วนกระทบต่อความจำด้วย
  • 3) อาหารและพฤติกรรม
เด็กที่บริโภคอาหาร ขนมรสหวานจัด น้ำหวานขนมมีมอลโตสและกลูโคลสสูง มักจะมีการแสดงออกมากเกินไป (hyperractive) และถ้าถูกขัดใจจะมีความก้าวร้าวรุนแรง เช่นเดียวกับสุนัขที่ได้น้ำตาลเป็นประจำจะดุร้าย
  • 4) อาหารและการแพ้
อาหารและสารอาหารบางชนิดทำให้แพ้ได้ในบางคน เช่น นม ไข่ แป้งสาลี ขึ้นฉ่าย ซึ่งจะทำให้มีอาการกล้ามเนื้อกระตุก บวมน้ำ หืด หอบ เป็นผื่นแดงตามผิวหนัง การแพ้เกิดได้ทั้งจากสารในพืชตามธรรมชาติ และสารปรุงแต่ง เช่น ผงชูรส และสารฟอกสี เช่น ซัลเฟอร์ไดออกไซด์