ผักกาดหอม

จาก วิกิตำรา
ข้ามไปยัง: บอกทาง, ค้นหา
w
วิกิพีเดีย มีบทความเกี่ยวกับ :

การปลูก ผักกาดหอม

การเตรียมดิน[แก้ไข]

ผักกาดหอมเจริญเติบโตได้ในดินแทบทุกชนิดทั้งดินเหนียว ดินร่วน ดินร่วนทราย แต่ที่ชอบมากคือดินร่วน ดินที่ระบายน้ำได้ดี มีค่า pH ในดิน 6.5-7

  1. การเตรียมดินสำหรับการปลูกผักกาดหอมใบหยิกเป็นการเตรียมดินเพื่อหว่านเมล็ดโดยตรง คือขุดพลิกดินลึกสัก 18-20 เซนติเมตร ตากดินไว้ประมาณ 7-10 วัน แล้วย่อยพรวนดินใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวดีแล้ว คลุกเคล้าให้เข้ากัน
  2. การเตรียมดินสำหรับพันธุ์ห่อหัว จะต้องเตรียมแปลงสำหรับเพาะกล้าก่อน โดยขุดพลิกดินลึกประมาณ 15 เซนติเมตร ตากดินสัก 5-7 วัน ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักลงผสมในดิน ถ้าต้องการปลูกในเนื้อที่ 1 ไร่ แปลกเพาะกล้าเตรียมขนาดประมาณ 2-2.5 ตารางเมตร ส่วนแปลงปลูกก็เตรียมเช่นเดียวกันแปลงหว่านผักกาดหอมใบหยิก

การเตรียมดินปลูกผักกาดหอม 1 ครั้ง ใช้ปลูกได้ 2 ฤดู โดยการปลูกครั้งใหม่เพียงแต่ชุดผิดดินให้ร่วนซุยและเพิ่มปุ๋ยลงไปเล็กน้อยก็ใช้ปลูกได้

การปลูกผักกาดหอมใบหยิก[แก้ไข]

หว่านเมล็ดพันธุ์ลงบนแปลงที่เตรียมไว้ให้กระจายกันทั่ว ๆ แปลง ถ้าเป็นร่องแปลงขนาดใหญ่ 5-6 เมตร แบบร่องผักที่มีคูน้ำล้อมรอบ ก่อนหว่าวนควรจะปูฟางคลุมหลังแปลงเสียก่อนจึงค่อยหว่านเมล็ดเพราะเมื่อหว่านเมล็ดแล้วจะไม่สามารถย่ำมีทางเดินข้างร่อง เมื่อหว่านเมล็ดแล้วจึงคลุมด้วยฟางข้าวทีหลัง

เมล็ดพันธุ์ที่ใช้หว่านในพื้นที่ 1 ไร่ประมาณ 1-2 ลิตร แต่ถ้าใช้วิธีหยอดเรียงแถวโดยระยะห่างระหว่างแถวประมาณ 20 เซนติเมตร จะใช้เมล็ดพันธุ์ได้ประหยัดกว่า คือใช้ประมาณ 100-160 กรัม/ไร่

เมื่อต้นกล้ามีใบจริง 23 ใบ ให้เริ่มถอนแยกต้นที่อ่อนแอทิ้ง และจัดระยะห่างระหว่างต้นให้เหมาะ ถ้าแน่นทึบเกินไป กล้าผักจะตายง่ายและทำการถอนแยกครั้งสุดท้ายเมื่ออายุได้ 3 สัปดาห์ จัดระยะห่างระหว่าง 20-30 X 20-30 เซนติเมตร

ถ้าปลูกในฤดูร้อนควรมีการคลุมแปลงผักกันแสงแดดจะทำให้ได้ผลิตดีขึ้น โดยการใช้ไม้ไผ่หรือไม้จริงป้องกันแดดแบบถาวรในแปลกผักที่ปลูกผักกาดหอมประจำ ปักสูง 2-2.5 อย่าให้เตี้เกินไปเพราะจะทำให้ต้นผักกาดหอมสูงชลูด แล้วใช้ไม้ไผ่พาดมุงด้วยทางมะพร้าว

การปลูกผักกาดหอมห่อ[แก้ไข]

เพาะกล้าในแปลงขนาด 2-2.5 ตารางเมตร สำหรับการปลูกในเนื้อที่ 1 ไร่ ใช้เมล็ดพันธุ์ประมาณ 50 กรัม (4 หมื่นกว่าเมล็ด) โดยหว่านเมล็ดลงบนแปลงให้กระจายทั่วไป ๆ แล้วใช้ดินผสมปุ๋ยคอกโรยทับบางๆ คลุมด้วยฟางข้าวแห้ง รดน้ำให้ชุ่ม หรือ จะใช้วิธีโรยเมล็ดเป็นแถวแต่ละแถวห่างกันประมาณ 10 เซนติเมตร เมื่อต้นกล้ามีใบจริง 2-3 ใบ ให้ถอนแยกกล้าออกเสียบ้างอย่าให้เบียดกันแน่นเกินไป จะทำให้เกิดโรคโคนเน่าและต้นอ่อนแอ

เมื่อกล้ามีอายุประมาณ 26-30 วัน หรือมีใบจริง 3-4 ใบ จึงทำการย้ายกล้า และย้ายกล้าจะต้องทำอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะต้นกล้าค่อนข้างบอบช้ำง่าย การย้ายกล้าอาจจะย้ายชำในถุงหรือกระทงให้ต้นแข็งแรงก่อนแล้ว ปลูกเสร็จต้องรีบรดน้ำด้วยบัวฝอยหรือเครื่องฉีดพ่นฝอยเบาๆ ในทันที ในระยะ 2-3 วันแรก อาจจะช่วยให้ต้นกล้าแข็งแรงได้เร็วด้วยการใช้กระดาษหรือใบตองก็ได้คลุมต้นกล้าไว้ ระยะห่างที่เหมาะสมสำหรับปลูกผักกาดหอมห่อคือ 30x50 เซนติเมตร

การดูแลรักษา[แก้ไข]

การรดน้ำ[แก้ไข]

รดน้ำวันละ 2 เวลา เช้า-เย็น ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอต่อการเจริญเติบโตโดยการฉีดพ่นฝอยด้วยเครื่องหรือใช้บัวฝอยรดน้ำในระยะผักกาดหอมห่อเข้าปลีควรระวังเรื่องน้ำเข้าปลีด้วย

การใส่ปุ๋ย[แก้ไข]

มีการแบ่งการใส่ปุ๋ยเป็น 2 แบบ คือ การใส่ปุ๋ยรองพื้นก่อนปลูก และการใส่ปุ๋ยบำรุงหลังปลูก

  1. ปุ๋ยรองพื้น ที่ปฏิบัติกันอยู่ มีหลายแบบ คือ
    • ใส่ปุ๋ยขี้เป็ด 750 กก.ไร่ ผสมกากถั่ว 130 กก./ไร่
    • ใส่ปุ๋ยขี้เป็ดผสมปุ๋ย กทม. และกากถั่วในอัตราส่วน 1:1:1 ในอัตรา 1,300 กก./ ไร่
    • ใส่ปุ๋ยคอกประมาณ 5-6 บุ้งกี๋ต่อแปลงขนาด 1×10 เมตร หรือปุ๋ยหมัก 25-50 กก./แปลง
  2. ปุ๋ยบำรุง ในระยะหลังจากปลูก 7 วัน ควรใส่ปุ๋ยเร่งการเจริญเติบโตในระยะแรกของพันธุ์ใบ ด้วยการใช้ปุ๋ยยูเรียละลายน้ำรดผักในอัตรา 1 ช้อนสังกะสีต่อน้ำ 1 ปีบ ต่อเนื้อที่ 5 ตารางเมตรรดวันเว้นวันเพื่อเร่งให้โตเร็วพออายุได้ 15-20 วัน ควร เปลี่ยนเป็นปุ๋ยสูตร ปุ๋ยสูตรที่เหมาะสมสำหรับผักกาดหอม คือสูตรที่มี N:P:K = 1:1:2 ได้แก่สูตร 13-13-21 ในอัตรา 30-50 กก. ไร่ ผักกาดหอมต้องการธาตุโปแตสเซียมมากกว่าธาตุไนโตรเจนธาตุโปแตสเซียมทำให้ใบผักกาดบางกรอบ ไม่มีรอยจุดบนใบ ผักกาดหอมที่ได้ธาตุไนโตรเจนมากเกินไปจะทำให้ใบมีสีเขียวรสไม่อร่อย

โรคและแมลง[แก้ไข]

ผักกาดหอมเป็นผักที่ไม่ค่อยมีแมลงศัตรูรบกวน จึงไม่จำเป็นต้องฉีดยาฆ่าแมลง แมลงศัตรูที่พบบ้างก็มีเพลี้ย กับหนอนกระทู้หอม ซึ่งพบมากในฤดูหนาวแถวภาคกลางและภาคเหนือ

การเก็บเกี่ยว[แก้ไข]

อายุการเก็บเกี่ยวผักกาดหอมพันธุ์ใบหยิกประมาณ 40-50 วัน หลังจากหว่านเมล็ดลงแปลงแล้ว การเก็บเลือกเก็บขณะใบยังอ่อนอยู่กรอบ ไม่เหนียวกระด้าง ต้นแก่จะมีรสขม ต้นจะสูงประมาณ 20-25 เซนติเมตร ใช้มีดตัดตรงโคนต้น ตัดแต่งใบเสียทิ้ง ชุบน้ำเพื่อล้างยาสีขาวออกสลัดน้ำให้หมด มิฉะนั้นจะเน่าเสียได้ง่ายถ้ามีน้ำขังอยู่ แล้วจัดเรียงใส่เข่งที่รองก้นด้วยใบตองหรือใบไม้อื่นๆ ผลผลิตต่อไร่จะได้ประมาณ 1,100 – 3,000 กว่ากิโลกรัม