ภาษาญี่ปุ่น
จาก Wikibooks
เนื้อหา |
[แก้ไข] ตัวอักษร
ตัวอักษรที่ใช้ในภาษาญี่ปุ่นปัจจุบันมี 3 กลุ่มคือ
- ฮิรางานะ (ひらがな)
- คาตากานะ (かたかな)
- คันจิ (漢字)
[แก้ไข] ฮิรางานะ (ひらがな)
ใช้เขียนคำของญี่ปุ่นเอง มีทั้งหมดดังต่อไปนี้
| วรรค อะ | あ(อะ) | い(อิ) | う(อุ) | え(เอะ) | お(โอะ) |
| วรรค คะ | か(คะ) | き(คิ) | く(คุ) | け(เคะ) | こ(โคะ) |
| วรรค ซะ | さ(ซะ) | し(ชิ) | す(ซุ) | せ(เซะ) | そ(โซะ) |
| วรรค ตะ | た(ตะ) | ち(จิ) | つ(ซึ) | て(เตะ) | と(โตะ) |
| วรรค นะ | な(นะ) | に(นิ) | ぬ(นุ) | ね(เนะ) | の(โนะ) |
| วรรค ฮะ | は(ฮะ) | ひ(ฮิ) | ふ(ฟุ) | へ(เฮะ) | ほ(โฮะ) |
| วรรค มะ | ま(มะ) | み(มิ) | む(มุ) | め(เมะ) | も(โมะ) |
| วรรค ยะ | や(ยะ) | ゆ(ยุ) | よ(โยะ) | ||
| วรรค ระ | ら(ระ) | り(ริ) | る(รุ) | れ(เระ) | ろ(โระ) |
| わ(วะ) | を(โอะ) | ん(-น) |
[แก้ไข] คาตากานะ (かたかな)
ใช้เขียนคำทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ และ ใช้เมื่อต้องการเน้นคำพูด
| วรรค อะ | ア(อะ) | イ(อิ) | ウ(อุ) | エ(เอะ) | オ(โอะ) |
| วรรค คะ | カ(คะ) | キ(คิ) | ク(คุ) | ケ(เคะ) | コ(โคะ) |
| วรรค ซะ | サ(ซะ) | シ(ชิ) | ス(ซุ) | セ(เซะ) | ソ(โซะ) |
| วรรค ตะ | タ(ตะ) | チ(จิ) | ツ(ซึ) | テ(เตะ) | ト(โตะ) |
| วรรค นะ | ナ(นะ) | ニ(นิ) | ヌ(นุ) | ネ(เนะ) | ノ(โนะ) |
| วรรค ฮะ | ハ(ฮะ) | ヒ(ฮิ) | フ(ฟุ) | ヘ(เฮะ) | ホ(โฮะ) |
| วรรค มะ | マ(มะ) | ミ(มิ) | ム(มุ) | メ(เมะ) | モ(โมะ) |
| วรรค ยะ | ヤ(ยะ) | ユ(ยุ) | ヨ(โยะ) | ||
| วรรค ระ | ラ(ระ) | リ(ริ) | ル(รุ) | レ(เระ) | ロ(โระ) |
| ワ(วะ) | ヲ(โอะ) | ン(-น) |
[แก้ไข] คันจิ (漢字)
เป็นอักษรจีนที่ญี่ปุ่นนำเข้ามาใช้
[แก้ไข] ไวยากรณ์
ประโยคภาษาญี่ปุ่นจะเรียงลำดับเป็น ประธาน-กรรม-กริยา
[แก้ไข] บทเรียน
[แก้ไข] บทเรียน 1
บทเรียนนี้จะเป็นการแนะนำให้เห็นภาพกว้างๆของประโยคในภาษาญี่ปุ่น โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องมีความรู้ภาษาญี่ปุ่นมาก่อน
ก่อนจะเข้าสู่บทเรียน คุณควรจดจำศัพท์ 3 คำในตารางข้างล่างนี้ ซึ่งคุณจะได้พบเจอบ่อยในบทเรียนต่อๆไป คุณไม่จำเป็นต้องรู้วิธีอ่านอักษรญี่ปุ่นในตอนนี้ แต่ขอให้จดจำ"คำอ่าน"และ"ความหมาย"ให้ขึ้นใจ
| ภาษาญี่ปุ่น | คำอ่าน | ความหมาย |
|---|---|---|
| わたし | watashi (วะตะชิ) | ฉัน |
| あなた | anata (อะนะตะ) | คุณ |
| です | desu (เดสึ) | เป็น/คือ |
ตารางข้างล่างนี้เป็นชื่อคน คุณไม่จำเป็นต้องจำ ขอให้รู้ว่าคำเหล่านี้เป็นเพียงชื่อเท่านั้น ไม่ได้มีความหมายใดๆ
| ภาษาญี่ปุ่น | คำอ่าน |
|---|---|
| たなか | tanaka (ทานากะ) |
| なかむら | nakamura (นากามูระ) |
[แก้ไข] โครงประโยคพื้นฐาน
รูปประโยคพื้นฐานในภาษาญี่ปุ่นประกอบด้วย "ส่วนหัวเรื่อง" และ "ส่วนแสดง"
- ส่วนหัวเรื่อง จะต้องลงท้ายด้วยคำว่า は (wa อ่านว่า วะ) เสมอ
- ส่วนแสดง จะต้องวาง คำกริยา ไว้ท้ายประโยค
[แก้ไข] ตัวอย่าง 1
- watashi wa tanaka desu
- วะตะชิ วะ ทานากะ เดสึ
- =ฉันคือทานากะ
- ส่วนหัวเรื่องของประโยคนี้ก็คือ "ฉัน" ดังนั้น จึงเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นได้ว่า watashi wa (วะตะชิ + วะ)
- ส่วนแสดงของประโยคนี้ก็คือ "คือ + ทานากะ" ดังนั้น จึงเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นได้ว่า tanaka desu (ทานากะ + เดสึ)
[แก้ไข] ตัวอย่าง 2
- anata wa nakamura desu
- อะนะตะวะ วะ นากามูระ เดสึ
- =คุณคือนากามูระ
- ส่วนหัวเรื่อง คือ "คุณ" เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นได้ว่า anata wa (อะนะตะ + วะ)
- ส่วนแสดง คือ "คือ + นากามูระ" เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นได้ว่า nakamura desu (นากามูระ + เดสึ)
[แก้ไข] ตัวอย่าง 3
จำคำศัพท์ต่อไปนี้ก่อนอ่านตัวอย่าง
| ภาษาญี่ปุ่น | คำอ่าน | ความหมาย |
|---|---|---|
| きれい | kirei (คิเร) | สวย |
- nakamura wa kirei desu
- นากามูระ วะ คิเร เดสึ
- =นากามูระสวย
- ส่วนหัวเรื่อง คือ นากามูระ เขียนเป็นภาษาญี่่ปุ่นได้ว่า nakamura wa (นากามูระ + วะ)
- ส่วนแสดง คือ สวย เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นได้ว่า kirei desu (คิเร + เดสึ)
[แก้ไข] คำช่วย
ภาษาญี่ปุ่นมีการใช้ "คำช่วย" เพื่อบอกหน้าที่ของคำที่นำหน้าคำช่วย
ตัวอย่างเช่น คำว่า は (wa อ่านว่า วะ) ที่เราได้เรียนไปนั้น ถือเป็นคำช่วยที่ใช้บอกหัวเรื่อง ดังนั้น คำใดๆที่อยู่หน้าคำว่า wa จะเป็นหัวเรื่องเสมอ
นอกจากนี้ ภาษาญี่ปุ่นยังมีคำช่วยอื่นๆอีก เช่น を (o อ่านว่า โอะ) เป็นคำช่วยที่ใช้บอกกรรม ดังนั้น คำที่อยู่หน้าคำว่า o จะเป็นกรรมของประโยคเสมอ
| คำช่วย | คำอ่าน | หน้าที่ |
|---|---|---|
| は | wa (วะ) | บอกหัวเรื่อง |
| を | o (โอะ) | บอกกรรม |
[แก้ไข] ตัวอย่าง 4
กรุณาจำคำศัพท์ต่อไปนี้ก่อนอ่านตัวอย่าง
| ภาษาญี่ปุ่น | คำอ่าน | ความหมาย |
|---|---|---|
| ほん | hon (ฮง) | หนังสือ |
| よむ | yomu (โยมุ) | อ่าน |
- "ฉันอ่านหนังสือ"
- watashi wa hon o yomu
- ส่วนหัวเรื่องคือ ฉัน = watashi wa (วะตะชิ วะ)
- เราใช้คำช่วย "วะ" วางหลังคำว่า "วะตะชิ" เพื่อบอกว่า วะตะชิ เป็นหัวเรื่อง
- ส่วนแสดงคือ อ่านหนังสือ = hon o yomu (ฮง โอะ โยมุ)
- เราใช้คำช่วย "โอะ" วางหลังคำว่า"ฮง" เพื่อบอกว่า ฮง เป็นกรรม
[แก้ไข] ตัวอย่าง 5
กรุณาจำคำศัพท์ต่อไปนี้ก่อนอ่านตัวอย่าง
| ภาษาญี่ปุ่น | คำอ่าน | ความหมาย |
|---|---|---|
| すし | sushi (ซูชิ) | ข้าวห่อสาหร่าย |
| たべる | taberu (ทาเบรุ) | กิน |
- "ทานากะกินข้าวห่อสาหร่าย"
- tanaka wa sushi o taberu
- ทานากะ วะ ซูชิ โอะ ทาเบรุ
[แก้ไข] ตัวอย่าง 6
มาดูตัวอย่างของคำช่วยอีกคำหนึ่ง
| คำช่วย | คำอ่าน | หน้าที่ |
|---|---|---|
| へ | e (เอะ) | บอกจุดหมายปลายทาง |
กรุณาจำคำศัพท์ต่อไปนี้ก่อนอ่านตัวอย่าง
| ภาษาญี่ปุ่น | คำอ่าน | ความหมาย |
|---|---|---|
| とうきょう | toukyou (โตเกียว) | โตเกียว |
| いく | iku (อิคุ) | ไป |
- "ฉันไปโตเกียว"
- watashi wa toukyou e iku
- วะตะชิ วะ โตเกียว เอะ อิคุ
- เราใช้ คำช่วย"เอะ" วางหลังคำว่า"โตเกียว" เพื่อบอกว่า โตเกียว เป็นจุดหมายปลายทาง
[แก้ไข] ตัวอย่าง 7
มาดูตัวอย่างของคำช่วยอีกคำหนึ่ง
| คำช่วย | คำอ่าน | หน้าที่ |
|---|---|---|
| で | de (เดะ) | บอกสถานที่ |
- "ฉันอ่านหนังสือที่โตเกียว"
- watashi wa toukyou de hon o yomu
- วะตะชิ วะ โตเกียว เดะ ฮง โอะ โยมุ
- คำช่วย "เดะ" ระบุว่า"โตเกียว" เป็นสถานที่ที่เกิดการกระทำขึ้น (การอ่าน)
- คำช่วย "โอะ" ระบุว่า"ฮง" เป็นกรรม

