โรคเก๊าท์

จาก วิกิตำรา
ข้ามไปยัง: นำทาง, ค้นหา

โรคเก๊าท์ เป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการสะสมของผลึกยูเรตตามเนื้อเยื่อต่าง และมีการอักเสบ

Definite diagnosis: พบ urate crystal จากน้ำไขข้อหรือปุ่มโทฟัส

Crue diagnosis: หลักเกณฑ์การวินิจฉัยอย่างน้อย 6 ใน 12 ข้อ

ข้ออักเสบ : บวมแดง, acute > 1 ครั้ง, monoarthritis, ปวดสูงสุดภายใน 1 วัน ตำแหน่ง  : metatarsophalangeal joint, tarsal joint, unilateral อื่นๆ  : tophus, high serum uric acid, no organism in joint fluid Film  : asymetrical joint swelling, subcortical bone cyst

การรักษา[แก้ไข]

  1. การแนะนำ การงดดื่มสุรา ในรายที่อ้วนควรลดน้ำหนักตัว และรักษาโรคร่วมอื่นๆ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีสารพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์ สัตว์ปีก
  2. การใช้ยารักษา ในช่วงแรก หรือ Acute atage ให้ NSAIDS ควบคู่กับ colchicin NSAIDS เลือก indomethacin 75 -150 mg/day diclofenac 75 -150 mg/day naprocen 500-1000 mg/day piroxicam 20 mg/day 1st day 40 mg ibuprofen 1200-1400 mg/day

loading dose in 1st day, ห้ามให้ aspirin, หากรับประทานไม่ได้พิจารณาใช้ยาฉีด Colchicine (0.6 mg) วันแรก q 4-6 ชั่วโมง , วันต่อมา 1x2 pc x 3-7 days หรือจนกว่าอาการทุเลา Corticosteriod ใช้เมื่อมีข้อห้ามการให้ NSAIDS : GI bleeding, renal failure, polyarthritis และควรให้ร่วมกับ colchicine

ข้อพิจารณาเพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ[แก้ไข]

  1. ข้ออักเสบบ่อย ทุก 1-2 เดือน ให้ colchicine 0.3-1.2 mg/day (tab 0.6 mg)
  2. ข้ออักเสบไม่บ่อย ทุก 3-4 เดือน ขึ้นไป ให้ colchicine รับประทานช่วงที่มีอาการกำเริบ เหมือน acute phase
  3. การพิจารณาหยุดยา colchicine
    1. ผู้ป่วยไม่มีปุ่มโทฟัส ;หยุดยาเมื่อไม่มีข้ออักเสบกำเริบหลังควบคุมระดับกรดยูริกได้ตามเกณฑ์ เป็นเวลา 6-12 เดือน
    2. ผู้ป่วยมีปุ่มโทฟัส ; ควบคุมระดับกรดยูริกได้ตามเกณฑ์และปุ่มโทฟัสหายไป เป็นเวลา 6-12 เดือน

การให้ยาลดกรดยูริก Aim: ละลายผลึกยูเรตที่สะสมตามเนื้อเยื่อต่างๆ การรับประทานในกรณีนี้ต้องติดต่ออย่างน้อย 4-5 ปีจึงจะได้ประโยชน์เต็มที่(อย่างสม่ำเสมอ)

การให้ยา[แก้ไข]

  1. arthritis > 3 ครั้งต่อปี โดยที่ผู้ป่วยรับประทานยา colchicine เพื่อป้องกันทุกวัน
  2. มีปุ่มโทฟัส
  3. มีนิ่วในทางเดินปัสสาวะ
  4. uric a level >= 9 mg/dl
  5. มีการขับกรดยูริกทางไต >= 800 mg/day

ข้อควรระวัง[แก้ไข]

  1. การเริ่มให้ต้องรอจนข้ออักเสบหายสนิทแล้ว
  2. เริ่มให้ขนาดต่ำก่อน แล้วปรับยาทุก 2-4 สัปดาห์ และ ตรวจระดับกรดยูริกจนต่ำกว่า 5.5 mg/dl
  3. ระยะเวลาการให้ จนกระทั่งไม่มีอาการข้ออักเสบหรือให้จนปุ่มโทฟัสหายไปหมดเป็นเวลา 4-5 ปีขึ้นไป
  4. ห้ามปรับยาลดกรดยูริกขณะที่ข้อมีการอักเสบ
  5. ในรายที่มีนิ่วทางเดินปัสสาวะต้องให้ยาลดกรดยูริกชนิดยับยั้งการสร้างกรดยูริกตลอดไป

แนวทางการใช้ยาเร่งการขับกรดยูริก[แก้ไข]

  1. อายุน้อยกว่า 60 ปี
  2. การทำงานของไตปกติ probenecid CCr > 80 cc/min, benzpromarone CCr > 30 cc/min
  3. มีการขับกรดยูริกออกทางไตน้อยกว่า 800 cc / day
  4. ไม่มีประวัติหรือตรวจพบนิ่วในทางเดินปัสสาวะ

แนวทางการใช้ยายับยั้งการสร้างกรดยูริก[แก้ไข]

  1. มีปุ่มโทฟัส
  2. มีการขับกรดยูริกออกทางไตมากกว่า 800 cc / day
  3. มีประวัติหรือตรวจพบนิ่วในทางเดินปัสสาวะ
  4. ใช้ยาเร่งการขับกรดยูริกออกทางไตไม่ได้ผล

ขนาดยา

  1. Probenecid 1000-2000 mg/day 2-3 times (tab 500 mg) 2.Benzbromarone 25-100 mg/day od
  2. Allopurinol 100-300 mg/day od (tab 100 mg)

ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเมื่อมีกรณีต่อไปนี้

  1. uncertain diagnosis
  2. uncontrol arthritis
  3. uncontrol uric acid level 5.5
  4. renal failure
  5. multiple tophus
  6. multiple medical problem

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้ไข]

w
วิกิพีเดีย มีบทความเกี่ยวกับ :