โอเพนออฟฟิศดอตอ็อก

จาก วิกิตำรา
ข้ามไปยัง: การนำทาง, ค้นหา

โอเพนออฟฟิศดอตอ็อก เป็นชุดโปรแกรมสำเร็จรูปด้านสำนักงานที่มีความสามารถครบถ้วน โดยประกอบไปด้วย Writer โปรแกรมด้านประมวลผลคำ, Calc โปรแกรมด้านตารางคำนวณ, Impress โปรแกรมด้านการนำเสนอ, Drawโปรแกรมสำหรับการวาดภาพ, Math โปรแกรมสร้างสมการคณิตศาสตร์ และ Base โปรแกรมสร้างและจัดการฐานข้อมูล ซึ่งสามารถทำงานกับภาษาไทยได้อย่างสมบูรณ์ และใช้งานร่วมกับเอกสารไมโครซอฟท์ออฟฟิศได้เป็นอย่างดี ข้อดีของโปรแกรม OpenOffice.org อีกประการหนึ่งก็คือเราสามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรี และเป็นซอฟท์แวร์ประเภท OpenSource คือมีการแจกซอร์สโค้ดของโปรแกรมออกไปให้พัฒนาได้อย่างอิสระ

เนื้อหา

แนะนำ OpenOffice.org[แก้ไข]

รู้จักภาพรวมของ OpenOffice.org[แก้ไข]

หลังจากการติดตั้งโปรแกรม OpenOffice.org เสร็จสิ้น เราสามารถเปิดดูรายชื่อโปรแกรมที่ติดตั้งได้โดยคลิกเมาส์ปุ่ม Start เลือก All Programs (ในที่นี้เราแสดงการใช้งาน OpenOffice.org บนระบบปฏิบัติการ Windows XP เป็นหลักหากเราติดตั้ง OpenOffice.org บน Windows รุ่นอื่นๆ ก็สามารถประยุกต์ใช้ได้ เพราะมีฟังก์ชั่นการทำงานที่คล้ายกัน)

จากหน้าตาของเมนูย่อยโปรแกรม OpenOffice.org นั้น มีไอคอนสำหรับเรียกใช้โปรแกรมต่างๆ ดังนี้

หากเราคลิกที่ จะเป็นการเปิดหน้าจอต้อนรับของโปรแกรม Open Office.org ขึ้นมา ซึ่งประกอบด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้

NOTE หลังติดตั้ง OpenOffice.org เมื่อเปิดเข้าใช้งานโปรแกรมต่างๆ ครั้งแรก โปรแกรมจะแสดงหน้าต่างต้อนรับ และให้เราลงทะเบียนชื่อผู้เข้าใช้งานก่อน (ทำครั้งเดียว)


เมื่อเราเข้าสู่โปรแกรมหลักใน OpenOffice.org ไม่ว่าจะเป็น Writer, Calc, Impress หรือ Draw จะมีส่วนประกอบหลายอย่างที่เหมือนกัน อาทิ การจัดวางกลุ่มคำสั่ง การขอความช่วยเหลือ ซึ่งเราจะกล่าวถึงในบทนี้

OpenOffice.org Writer[แก้ไข]

รู้จักโปรแกรม OpenOffice.org Writer[แก้ไข]

การบันทึกข้อมูลในการทำงานไม่ว่าจะเป็น รายงานการประชุม สรุปยอดขาย จดหมาย หรือเอกสารสำคัญๆ เหล่านี้โดยใช้มือเขียน หรือใช้เครื่องพิมพ์ดีดแบบในอดีตนั้นล้าสมัยไปเสียแล้ว เพราะข้อมูลเหล่านั้นอาจเสียหาย หรือชำรุดไปได้ง่าย อีกทั้งยังเกิดความยุ่งยากเมื่อต้องการแก้ไขหรือตกแต่งข้อมูล จึงขอแนะนำวิธีแก้ไขปัญหาเหล่านั้นโดยการใช้โปรแกรม OpenOffice.org Writer จะช่วยลดขั้นตอนเหล่านี้ได้

เริ่มต้นการสร้างเอกสาร[แก้ไข]

ในบทนี้เราจะเริ่มต้นสร้างเอกสาร และใช้งานมุมมองต่างๆ ในการแสดงข้อความ การแก้ไข และจัดการข้อความในเอกสารให้เป็นระเบียบ

การตกแต่งเอกสาร[แก้ไข]

Font (ฟอนต์) คือรูปแบบตัวอักษรใน Windows ที่เรานำมาใช้ได้ การใช้ฟอนต์ที่แตกต่างกันจะทำให้ข้อความในเอกสารดูน่าสนใจ สำหรับแต่ละฟอนต์จะมีชื่อประจำตัวอยู่ เช่น Arial, CordiaUPC, Times New Roman เป็นต้น ฟอนต์ แบ่งได้เป็นฟอนต์สากลที่ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย และมีฟอนต์ที่ถูกออกแบบไว้ใช้กับภาษาในแต่ละประเทศ เช่น ฟอนต์ตระกูล DB, ฟอนต์ตระกูล JS หรือฟอนต์ที่ลงท้ายด้วย UPC เป็นฟอนต์ที่ถูกสร้างสำหรับใช้งานกับภาษาไทย เป็นต้น

การแทรกรูปภาพ รูปวาด แผนภูมิ และสมการคณิตศาสตร์[แก้ไข]

เราอาจต้องนำกราฟ ผังองค์กร สมการคณิตศาสตร์ เพื่อนำมาประกอบกับเนื้อหา หรืออาจใช้รูปภาพเสริมประเด็นที่เขียนถึง หรือใช้ตกแต่งเอกสารให้ดูมีสีสันมากขึ้น

การใช้งานตาราง[แก้ไข]

การเก็บข้อมูลอยู่ในรูปของตาราง โดยการแบ่งเนื้อหาออกเป็นแถวและคอลัมน์ จะช่วยให้ข้อมูลในปริมาณมาก ดูเป็นระเบียบและอ่านได้ง่าย ตารางประกอบด้วย 2 ส่วน คือ Row (แถว) และ Columns (คอลัมน์) จุดที่ตัดกันของแถวและคอลัมน์เกิดเป็นช่อง ช่องแต่ละช่องที่เกิดขึ้น เรียกว่า Cells (เซลล์)

จัดการเอกสารอย่างมืออาชีพ[แก้ไข]

Writer มีความสามารถในการจัดการเอกสาร ตั้งแต่การค้นหาและแทนที่ด้วยคำใหม่ การตรวจคำผิดและไวยากรณ์ ไปจนถึงการแก้ไขคำที่มักพิมพ์ผิดให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยให้การสร้างเอกสารนั้นสะดวกรวดเร็ว

การสร้างจดหมาย[แก้ไข]

ในโปรแกรม Writer นั้นมีชุดคำสั่งอัตโนมัติ (เรียกว่า Wizard หรือตัวช่วยสร้าง) ทำให้เราสามารถสร้างจดหมาย ใบปะหน้าแฟกซ์ และสร้างซองจดหมายได้รวดเร็วทันใจ

การจัดทำเอกสารที่ซับซ้อน[แก้ไข]

เราจะกล่าวถึงการใช้คำสั่งอัตโนมัติในการจัดทำเอกสารที่มีความซับซ้อน เช่น ดัชนี/สารบัญ การใส่ลำดับเลขหน้า การใช้หัวกระดาษ และท้ายกระดาษ

การพิมพ์งาน และการบันทึกไฟล์เป็น PDF[แก้ไข]

หลังจากที่เราได้แก้ไขและตกแต่งเอกสารจนเป็นที่พอใจแล้ว ต่อไปก็จะเป็นการสั่งพิมพ์เอกสาร และกำหนดรายละเอียดการพิมพ์ เช่น ขนาดกระดาษที่ใช้ การจัดวางข้อมูลบนหน้ากระดาษ ไปจนถึงข้อความที่พิมพ์ตรงหัวกระดาษ และท้ายกระดาษ

Calc สร้างตารางงาน[แก้ไข]

รู้จักกับโปรแกรม Calc[แก้ไข]

โลกปัจจุบันเป็นโลกแห่งข้อมูลและข่าวสาร ในทุกๆ วันเราจะพบว่ามีข้อมูลมากมายที่จะต้องนำมาจัดเก็บและทำการวิเคราะห์ เช่น ข้อมูลการซื้อขายหลักทรัพย์ ยอดขายสินค้าของบริษัท ตัวเลขรายรับรายจ่าย และปริมาณสินค้าคงคลัง ข้อมูลเหล่านี้แม้จะมีปริมาณที่มากแต่มักจะถูกจัดเก็บในลักษณะของตาราง เพื่อให้ดูง่ายและเป็นระเบียบยิ่งขึ้น หากเราบันทึกข้อมูลทั้งหมดลงในกระดาษเราจะพบว่าต้องใช้เวลาอย่างมาก เมื่อต้องการนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ หรือนำมาจัดทำเป็นรายงาน เพราะต้องแก้ไขข้อมูลอยู่บ่อยๆ จนบางครั้งอาจต้องพิมพ์ข้อมูลทั้งหมดใหม่ นอกจากนี้การนำข้อมูลมาคำนวณอาจเกิดข้อผิดพลาดได้ การใช้โปรแกรม Calc จะทำให้สิ่งเหล่านี้เปลี่ยนไปเพราะ Calc เป็นโปรแกรมที่สามารถจัดการข้อมูลในตารางได้เป็นอย่างดี และใช้งานได้ง่าย

การทำงานกับแผ่นงาน[แก้ไข]

การใช้ Calc นั้นสะดวกกว่าการบันทึกข้อมูลในกระดาษมาก เพราะการแก้ไขข้อมูลนั้นสะดวกรวดเร็ว แม้ข้อมูลในตารางจะมีปริมาณมากเท่าใดก็ตาม ในบทนี้เราจะได้รู้จักกับวิธีแก้ไขข้อมูลที่ป้อนในตาราง การปรับขนาดความกว้างของคอลัมน์และความสูงของแถว เพื่อแสดงข้อมูลอย่างเหมาะสม จนถึงการยกเลิกคำสั่งที่ได้ทำไปในกรณีที่เกิดข้อผิดพลาด

เรื่องของสมุดงาน และแผ่นงาน[แก้ไข]

เราเรียกไฟล์ที่ใช้ใน Calc ว่า สมุดงาน โดยในหนึ่งสมุดงานจะประกอบด้วยหลายหน้า ซึ่งแต่ละหน้านี้มีชื่อเรียกว่า แผ่นงาน การมีหลายแผ่นงานในสมุดงานเดียว ทำให้เราสามารถจัดข้อมูลได้อย่างเป็นหมวดหมู่ โดยให้แยกอยู่ในแผ่นงานที่แตกต่างกัน เช่น ในสมุดงานที่เก็บยอดขายสินค้าของบริษัท เราสามารถแยกเก็บตัวเลขยอดขายของสินค้าแต่ละประเภทไว้ในแผ่นงาน 3 แผ่นที่มีชื่อว่า IT Books, SE Books และ CD-ROM ดังรูป โดยเมื่อ Calc ทำการบันทึกข้อมูลแผ่นงานเหล่านี้จะถูกเก็บไว้ในไฟล์เดียวกัน

โดยปกติในแต่ละสมุดงาน Calc จะกำหนดให้มีแผ่นงานอยู่ 3 แผ่น อย่างไร ก็ตามเราสามารถเพิ่มหรือลดจำนวนแผ่นงานได้ถ้าต้องการ

การตกแต่งแผ่นงาน[แก้ไข]

ข้อมูลที่เราจัดทำในตาราง จะดูไม่น่าสนใจสำหรับผู้อื่นที่เราต้องการจะสื่อสารด้วย หากเราไม่ตกแต่งให้ดูสวยงาม ซึ่งในบทนี้เราจะใช้สี และรูปแบบตัวอักษรต่างๆเพื่อเน้นส่วนที่สำคัญ และการจัดข้อมูลให้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยการกำหนดรูปแบบการแสดงข้อมูลและการขีดเส้นตาราง

การใช้สูตรคำนวณ[แก้ไข]

นอกจาก Calc จะสามารถบันทึกข้อมูลในตารางและตกแต่งข้อมูลให้ดูสวยงามดังที่เราได้เห็นในบทที่ผ่านมาแล้ว Calc ยังมีคุณสมบัติที่สำคัญมากนั่นคือ การคำนวณข้อมูลในตาราง โดยใช้สูตรและฟังก์ชั่นการคำนวณที่สามารถให้ผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ในบทนี้จะกล่าวถึงการใช้สูตรคำนวณ การคัดลอกและเคลื่อนย้ายสูตรใน Calc

ฟังก์ชั่นการคำนวณ[แก้ไข]

ใน Calc มีฟังก์ชั่นการคำนวณที่เราสามารถนำมาใช้ได้ โดยไม่ต้องสร้างสูตรคำนวณที่ซับซ้อนด้วยตัวเราเอง เช่น แทนการใช้สูตร =E5+E6+E7 เราสามารถใช้ฟังก์ชั่น =SUM(E5:E7) ได้ที่มีความหมายว่าให้หาผลรวมตั้งแต่เซลล์ E5 จนถึง E7 กรณีที่เราได้ตั้งชื่อกลุ่มเซลล์ไว้ เช่น เซลล์ E4 ถึง E7 มีชื่อเป็น Dec เราก็สามารถใช้ชื่อกลุ่มเซลล์นั้นกับฟังก์ชั่นได้เลย =SUM(Dec) เราจะพบว่าสำหรับการคำนวณแบบต่างๆ ที่มีการใช้บ่อย มีฟังก์ชั่นใน Calc ที่สามารถทำหน้าที่เหล่านั้นได้ การนำฟังก์ชั่นเหล่านี้มาใช้จะทำให้การทำงานนั้น สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้นเพราะเราไม่ต้องเขียนสูตรขึ้นมาใหม่ทุกครั้ง แต่สามารถนำฟังก์ชั่นที่มีอยู่แล้วมาใช้ได้ทันที

การสร้างแผนภูมิแบบต่างๆ[แก้ไข]

เมื่อข้อมูลในตารางมีปริมาณมากขึ้น นอกจากการวิเคราะห์และเปรียบเทียบข้อมูลจะทำได้ยากแล้ว การนำเสนอข้อมูลแบบตารางจะดูไม่น่าสนใจ วิธีที่ดีกว่าคือการแสดงข้อมูลโดยใช้แผนภูมิ เพราะสามารถสื่อความหมายได้ชัดเจน ในบทนี้เราจะได้รู้จักกับวิธีสร้างแผนภูมิชนิดต่างๆ โดยใช้รูปแบบแผนภูมิอัตโนมัติ (AutoFormat Chart) การปรับเปลี่ยนรายละเอียดต่างๆ ของแผนภูมิ และเทคนิคการปรับแต่งแผนภูมิ

ตกแต่ง Calc ด้วยภาพ[แก้ไข]

การตกแต่งแผ่นงานด้วยรูปภาพ นอกจากจะช่วยเสริมเติมแต่งแผ่นงานให้ดูโดดเด่นขึ้นแล้ว ยังมีส่วนช่วยในการอธิบายข้อมูลให้เข้าใจง่ายขึ้นด้วย ในบทนี้เราจะได้รู้จักกับการใช้ภาพตั้งแต่การตกแต่ง ปรับเปลี่ยนขนาดและสีสันของภาพ จนถึงการวาดรูปด้วยตัวเราเอง

การพิมพ์งาน[แก้ไข]

หลังจากที่เราได้แก้ไข และตกแต่งแผ่นงานจนเป็นที่พอใจแล้ว ขั้นตอนต่อไปที่เราต้องเรียนรู้ก็คือ การพิมพ์แผ่นงานให้มีรูปแบบตามที่ต้องการใน Calc เราสามารถกำหนดรายละเอียดการพิมพ์ เช่น ขนาดกระดาษที่ใช้ ลักษณะการจัดวางข้อมูลบนหน้ากระดาษ ไปจนถึงข้อความที่พิมพ์ตรงหัวกระดาษ และท้ายกระดาษได้อย่างง่ายดาย โดยที่เราจะสั่งพิมพ์ข้อมูลทั้งหมดในแผ่นงาน หรือเลือกพิมพ์เฉพาะบางส่วนก็ได้

การบริหารข้อมูลที่มีปริมาณ[แก้ไข]

เมื่อข้อมูลในตารางมีปริมาณที่มากขึ้น การนำข้อมูลมาทำการคำนวณหรือวิเคราะห์จะทำได้ยากขึ้น เพราะเราไม่สามารถใช้สายตามองหาข้อมูลที่ต้องการในตารางได้อีกต่อไป เนื่องจากมีข้อมูลเต็มไปหมด เช่น ในตารางที่มีข้อมูลลูกค้า 100 คน การหารายละเอียดของลูกค้าชื่อ “สรัชวัน” จะใช้เวลามากถ้าเราใช้วิธีกวาดสายตาค้นหา วิธีที่ดีกว่าคือ การจัดลำดับข้อมูลในตารางให้เป็นระเบียบ และการใช้ระบบอัตโนมัติช่วยในการค้นหาข้อมูลที่ต้องการ Calc มีความสามารถในการจัดการข้อมูลได้เป็นอย่างดี และในบทนี้เราจะได้รู้จักกับการเรียงลำดับข้อมูล การใช้ AutoFilter เพื่อคัดเลือกข้อมูลที่ต้องการ ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถนำข้อมูลในตารางมาวิเคราะห์ เปรียบเทียบได้สะดวก และรวดเร็วยิ่งขึ้น

Impress สร้างงานนำเสนอ[แก้ไข]

รู้จักกับโปรแกรม Impress[แก้ไข]

สำหรับโปรแกรมที่น่าสนใจจากกลุ่มของโปรแกรม OpenOffice.org คือ Impress หรือ "โปรแกรมนำเสนอ" ซึ่งนอกจากจะอำนวยความสะดวกรวดเร็วในการสร้างงานนำเสนอแล้ว ยังเพิ่มความน่าสนใจให้กับงานนำเสนอได้อย่างน่าทึ่งด้วยการใช้รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหวและเสียง เป็นต้น

การทำงานกับข้อความ[แก้ไข]

การใช้ข้อความในการนำเสนอพรีเซนเตชั่นนั้นจัดเป็นเรื่องสำคัญ โดยนอกจากเราจะแก้ไขข้อความที่แสดงในสไลด์ได้อย่างสะดวกแล้ว เรายังสามารถนำตัวอักษรแบบต่างๆ มาเน้นข้อความได้อีกด้วย สำหรับในบทนี้เราจะกล่าวถึงการจัดการกับข้อความในสไลด์ โดยเริ่มตั้งแต่การใส่ข้อความ และการตกแต่งข้อความรูปแบบต่างๆ

การตกแต่งพื้นหลังของสไลด์[แก้ไข]

การใส่สีสันลงในสไลด์นั้นมีความคล้ายกับงานศิลป์อยู่บ้าง เพราะสไลด์ที่สวยงามดุจดังภาพวาดนั้น ย่อมเป็นที่ดึงดูดความสนใจจากผู้ชมการบรรยายได้เป็นอย่างดี ดังนั้น เราจึงไม่ควรมองข้ามเรื่องนี้ และสำหรับโปรแกรม Impress นั้น การสร้างสไลด์สวยๆ นั้นทำได้ไม่ยาก เพราะมีคำสั่งและเครื่องมือมากมายที่ช่วยเรื่องนี้โดยเฉพาะ

การตกแต่งภาพสไลด์[แก้ไข]

สำหรับในบทนี้เราจะกล่าวถึงการนำภาพที่มีอยู่ในเครื่องมาใช้ และการนำภาพจากแหล่งอื่นมาจัดเก็บรวมกันเป็นคลังภาพสำหรับใช้ในการจัดทำสไลด์ของเรา เช่น สแกนเนอร์ หรือกล้องถ่ายภาพดิจิตอล เป็นต้น

การใส่รูปวาดในสไลด์[แก้ไข]

ในบทนี้เราจะกล่าวถึงการใช้ภาพตั้งแต่การตกแต่ง การเปลี่ยนขนาดและสีสันของภาพ จนถึงการวาดรูปด้วยตนเอง

ตารางและกราฟ[แก้ไข]

ในบทนี้เราจะกล่าวถึงการนำเสนอข้อมูลลงในสไลด์ด้วยตาราง และกราฟ เพื่อทำให้งานพรีเซนเตชั่นเข้าใจได้ง่ายและน่าสนใจมากขึ้น

สร้างเทคนิคให้กับสไลด์[แก้ไข]

นอกจากการสร้างงานพรีเซนเตชั่น และการตกแต่งสไลด์ให้ดูสวยงาม และน่าติดตามโดยใช้ภาพ ข้อความ และกราฟแล้ว เรายังต้องพิจารณารายละเอียดในการนำเสนองานพรีเซนเตชั่นอีกด้วย เช่น การเลือกรูปแบบ เพิ่มเอฟเฟ็กต์หรือเสียงให้กับงานที่นำเสนอ ก็จะทำให้งานพรีเซนเตชั่นนั้นดูน่าสนใจและชวนติดตามมากขึ้น

การแสดงสไลด์[แก้ไข]

หลังจากที่เราได้สร้างและตกแต่งสไลด์ และจัดองค์ประกอบต่างๆ ในงานพรีเซนเตชั่นพร้อมแล้ว ต่อไปก็ถึงเวลานำเสนองานพรีเซนเตชั่น ดังหัวข้อต่อไปนี้

Draw วาดรูปและแผนภูมิ[แก้ไข]

เริ่มต้นการใช้งาน OpenOffice.org Draw[แก้ไข]

โปรแกรมวาดภาพ OpenOffice.org Draw เป็นหนึ่งโปรแกรมในชุดของ OpenOffice.org โดยโปรแกรมวาดภาพนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวช่วยในการวาดภาพในลักษณะของลายเส้น และมีลักษณะการใช้งานดังนี้

การจัดการรูปวาด การสร้างตัวเชื่อมต่อและกราฟ[แก้ไข]

Base สร้างฐานข้อมูล[แก้ไข]

ความเข้าใจพื้นฐานเรื่องฐานข้อมูล[แก้ไข]

ก่อนที่เราจะเริ่มต้นสร้างโปรแกรมฐานข้อมูลด้วย Base เราจะต้องวางแผนเกี่ยวกับการออกแบบฐานข้อมูลให้มีประสิทธิภาพและเหมาะสม ตรงกับจุดประสงค์ในการใช้งานมากที่สุด เนื่องจากการออกแบบที่ดีจะช่วยในหลายด้าน ทั้งการดูแลรักษาระบบฐานข้อมูล ทำให้ข้อมูลที่ได้มีความเป็นระบบระเบียบ สามารถรวบรวมข้อมูลต่างๆ เข้าด้วยกันได้สะดวก รวดเร็ว และทำการเปลี่ยนแปลงภายหลังได้ไม่ยุ่งยาก

การสร้างฐานข้อมูล[แก้ไข]

ในบทนี้ เราจะมาศึกษาการสร้างฐานข้อมูล และตารางที่เราได้ออกแบบมาแล้วในบทผ่านมาด้วย Base แล้วลองป้อนข้อมูลที่เราต้องการเก็บลงในตาราง โดยเราจะทำความเข้าใจตามหัวข้อต่างๆ ต่อไปนี้

การนำเข้าตาราง และจัดการข้อมูล[แก้ไข]

ในบทนี้ เราจะกล่าวถึงการนำตารางจากฐานข้อมูลอื่น มาใส่ในฐานข้อมูล Base และส่วนความสามารถอื่นๆ ของมุมมอง Table Data เช่น การเรียง และการค้นหา ซึ่งจะช่วยให้เราทำงานกับข้อมูลจำนวนมากได้สะดวก และลดเวลาในการทำงานลงไปได้มาก

Math เขียนสูตรคำนวณ[แก้ไข]

การใช้งาน OpenOffice.org Math[แก้ไข]

เอกสารในเชิงวิชาการ มักมีการพิมพ์ตัวเลขที่มีลักษณะพิเศษ หรือสมการคณิตศาสตร์ต่างๆ แทรกอยู่ด้วย เช่น เอกสารการวิจัย เอกสารโครงงานต่างๆ เป็นต้น การแทรกตัวเลขในลักษณะเหล่านี้ หรือสูตรสมการทางคณิตศาสตร์ โดยใช้ OpenOffice.org สามารถทำได้ไม่ยากนัก โดยจะมีโปรแกรม Math เพื่อแทรกตัวเลขแบบพิเศษต่างๆ หรือสมการทางคณิตศาสตร์ลงในเอกสารได้ตามต้องการ

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้ไข]

w
วิกิพีเดีย มีบทความเกี่ยวกับ :