การเลี้ยงไส้เดือน

จาก วิกิตำรา

การเลี้ยงไส้เดือน จัดเป็นอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ให้ครอบครัวอาจทำเป็นอาชีพเสริมหรืออาชีพหลักได้ขึ้นอยู่กับความตั้งใจของผู้เลี้ยง อย่างไรก็ตามผู้เลี้ยงไส้เดือนต้องมีความเข้าใจในวิธีการเลี้ยงที่ถูกต้องก่อนที่จะเริ่มดำเนินการเลี้ยง

การสร้างรังไส้เดือน[แก้ไข]

มีอยู่สองระบบคือแบบรังเปิดกับแบบรังปิด รังเปิดนิยมใช้กาละมัง โดยเจาะรูด้านล่างเพียงพอให้น้ำไหลออกได้ แต่รูจะต้องไม่มีขนาดใหญ่เกินไป เพราะถ้ารูมีขนาดใหญ่เกินไปไส้เดือนนั้นจะหนีออกทางรูดังกล่าว สำหรับการเลี้ยงในแบบรังปิด ผู้เลี้ยงนิยมใช้ลังพลาสติกที่สามารถทับซ้อนกันได้สนิท โดยเจาะรูที่ฐานของชั้นเพื่อให้น้ำไหลผ่านได้ รังต้องมีควาแข็งแรงพอสมควรเพราะน้ำหนักของดินเมื่อรวมกับน้ำหนักของน้ำแล้วจะมีน้ำหนักมากโดยในแต่ละลัง อาจมีน้ำหนักมากถึง 6 กิโลกรัม สาระน่ารู้...

    ถ้านำไส้เดือนดินพันธุ์ขี้ตาแร่ น้ำหนัก 1 ก.ก. (ประมาณ 1,200 ตัว) มากินมูลฝอยจะสามารถกินได้ประมาณ 120-150 กรัมต่อวัน แล้วถ้า 1 ปี จะสามารถกินมูลฝอยได้ถึง 55 ก.ก. นั่นหมายความว่าจะสามารถช่วยลดปริมาณมูลฝอยที่นำไปฝังกลบได้ถึง 55 ก.ก.ต่อปี เป็นการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 3.38 ก.ก. (ยังมิได้รวมการขยายพันธุ์)
    ข้อมูล การฝังกลบก่อให้เกิดก๊าซมีเทนประมาณ 61.5 ก.ก. ต่อปริมาณมูลฝอยที่ฝังกลบ 1 ตัน

การให้อาหาร[แก้ไข]

ไส้เดือนเป็นสัตว์ที่ทานง่าย สามารถย่อยสลายขยะกระดาษได้ อาหารที่ไส้เดือนชอบได้แก่ผักสดผลไม้สดซากสัตว์ต่างๆ ถ้าเลี้ยงเป็นอุตสาหรรมนิยมใช้ปุ๋ยคอก การให้ปุ๋ยคอกต้องนำมาแช่น้ำให้ปุ๋ยคอกระบายความร้อนออกก่อนที่จะให้ไส้เดือนกิน เพราะไส้เดือนเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบความร้อนสูง การให้อาหารที่มีความชื้นสูงอย่างผักสดแล้วอาจไม่ต้องให้น้ำเพิ่มก็ได้แต่หากให้อาหารแห้งประเภทเศษใบไม้ ต้องให้น้ำทุกวัน

การป้องกันแมลง[แก้ไข]

การเลี้ยงแบบเปิดนิยมทำในโรงเรือนที่มีการป้องกันแมลงเป็นอย่างดี การเลี้ยงแบบปิดสามารถป้องกันแมลงได้ในระดับหนึ่ง ควรมีการคิดป้องกันปัญหาเรื่องมดในโรงเพาะด้วย อาหารสำหรับเลี้ยงไส้เดือนดิน ได้แก่ มูลฝอยอินทรีย์ต่างๆ เช่น เศษผัก เศษผลไม้ หรือเศษอาหารต่างๆ เป็นต้น วิธีการให้อาหารไส้เดือนดิน ควรให้อาหารทีละน้อยและใช้วิธีขุดหลุมฝังเศษอาหารโดยเวียนเป็นวงกลม ดังนั้น จึงต้องทำสัญลักษณ์ไว้ว่าฝังเศษอาหารลงตรงไหนไปแล้ว เพราะไส้เดือน จะปล่อยเมือกใส่อาหาร

การเก็บจำหน่าย[แก้ไข]

การเก็บตัวไส้เดือนใหญ่เพื่อจำหน่ายเป็นเหยื่อปลา ในราคาตัวละ 1 บาท เก็บมูลไส้เดือนเพื่อเป็นส่วนผสมของดินปลูก ควรนำมูลไส้เดือนไปผสมกับเศษใบไม้ก่อนวางจำหน่ายเพราะลำพังมูลไส้เดือนให้เนื้อดินที่แน่นเกินไปพืชจะหายใจได้ลำบาก บางแห่งนิยมนำมูลไส้เดือนไปคั้นเป็นน้ำเพื่อจำหน่ายในรูปของปุ๋ยน้ำ