ภาษาอังกฤษ/ไวยากรณ์/คำนาม

จาก วิกิตำรา
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

คำประเภทแรกที่จะอธิบายคือ Noun ~ คำนาม หมายถึง คำที่เป็นชื่อของคน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ คุณสมบัติหรือคุณค่าต่าง ๆ เช่น

คน Johny, Matin, Somsri, Wilai
สัตว์ Cat, Elephant, Monkey, Snake
สิ่งของ Chair, Desk, Pencil, Radio
สถานที่ Club, Office, School, Town
คุณสมบัติ Goodness, Truth, Wisdom

ชนิดของคำนาม[แก้ไข]

คำนามแบ่งออกเป็น 8 ชนิด ได้แก่

  1. Common noun ~ สามานยนาม
  2. Proper noun ~ วิสามานยนาม
  3. Collective noun ~ สมุหนาม
  4. Material noun ~ วัตถุนาม
  5. Abstract noun ~ อาการนาม
  6. Noun Equivalent ~ สมมูลย์นาม
  7. Compound noun ~ นามผสม
  8. Agent noun ~ นามแสดงความเป็นผู้กระทำ

สามานยนาม[แก้ไข]

Common noun ~ สามานยนาม หมายถึง นามที่เป็นชื่อทั่วไปของคน สัตว์ สิ่งของ และสถานที่ ไม่ได้ชี้เฉพาะเจาะจงลงไปว่าชื่ออะไร เช่น

The man works in the garden. ~ ผู้ชายทำงานอยู่ในสวน A "cat' is on the "table".~ แมวอยู่บนโต๊ะ

วิสามานยนาม[แก้ไข]

Proper noun ~ วิสามานยนาม หมายถึง นามที่เป็นชื่อเฉพาะของคน สัตว์ สิ่งของ และสถานที่ รวมทั้งราชาศัพท์ด้วย คำนามชนิดนี้ เวลาเขียนต้องเขียนขึ้นต้นด้วยตัวอักษรใหญ่ (Capital Letter) เสมอไม่ว่าจะวางตรงไหนของประโยคก็ตาม เช่น

Columbus discovered America by himself. ~ โคลัมบัสค้นพบอเมริกาด้วยตัวของเขาเอง "Bangkok" is the capital of "Thailand". กรุงเทพฯเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย

สมุหนาม[แก้ไข]

Collective noun ~ สมุหนาม หมายถึง นามที่เป็นชื่อของหมู่คณะ ฝูง พวก กลุ่ม แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ชนิดที่สมุหนามไปประกอบกับสามานยนามโดยมี of มาคั่น เพื่อให้เน้นความเป็นหมู่คณะนั้นชัดยิ่งขึ้น ตามโครงสร้างดังนี้

โครงสร้าง Collective noun + of + Common noun
ตัวอย่าง A bunch of flowers ~ ดอกไม้ช่อหนึ่ง
A cluster of stars ~ ดาวกลุ่มหนึ่ง

ส่วนอีกชนิดหนึ่งเป็น คำคำเดียวที่มีความหมายแสดงหมวดหมู่ กลุ่มก้อนในตัวมันเองอยู่แล้ว เช่น family ครอบครัว, army กองทัพบก, flock ฝูงสัตว์, jury คณะลูกขุน, cabinet คณะรัฐมนตรี เป็นต้น

วัตถุนาม[แก้ไข]

Material noun ~ วัตถุนาม หมายถึง นามที่เป็นชื่อของวัตถุ หรือบางครั้งจะเรียกว่า Mass noun นามมวลสารก็ได้ เพราะนามจำพวกนี้อยู่เป็นกลุ่มก้อน แสดงความมากน้อยด้วยปริมาณ ไม่ใช่ด้วยจำนวน และนามชนิดนี้ไม่ใช้ Article นำหน้า

อาการนาม[แก้ไข]

Abstract noun ~ อาการนาม หมายถึง นามที่เป็นชื่อของสภาวะ สถานะ คุณลักษณะ หรือการกระทำ เช่น

Death comes to all men. ~ ความตายย่อมมาสู่คนเราทุกคน

สมมูลย์นาม[แก้ไข]

Noun Equivalent ~ สมมูลย์นาม หมายถึง คำหรือหมู่คำที่มีรูปลักษณะไม่เป็นนาม แต่นำมาใช้ทำหน้าเช่นเดียวกับนาม สมมูลย์นาม มีอยู่ 5 ชนิด ได้แก่

  • Infinitive คือ กริยาที่มี to นำหน้า เช่นประโยคด้านล่าง to sleep และ to walk หน้าตาเป็นคำกริยา แต่นำมาใช้อย่างนาม โดยที่ to sleep เป็นประธานในประโยค และ to walk เป็นกรรมของกริยา wants
To sleep is necessary for health. ~ การนอนหลับเป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพ
He wants to walk every morning. ~ เขาต้องการเดินทุก ๆ เช้า
  • Gerund คือ กริยาที่เติม ing เช่น
Sleeping at midday is necessary for a baby. ~ การนอนหลับกลางวันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเด็ก
John likes reading after dinner. ~ จอห์นชอบอ่านหนังสือหลังทานอาหารค่ำ
  • คำคุณศัพท์ เวลานำมาใช้อย่างนาม ต้องมี the นำหน้าทุกครั้งและให้เป็นพหูพจน์
  • วลี
  • อนุประโยค

นามผสม[แก้ไข]

Compound noun ~ นามผสม หมายถึง การนำเอานาม 2 ตัว มาเขียนติดกันเป็นคำเดียว หรือแยกกันโดยมี Hyphen (-) มาคั่นด้วยหรือไม่มีก็ได้

นามแสดงความเป็นผู้กระทำ[แก้ไข]

Agent noun ~ นามแสดงความเป็นผู้กระทำ นามชนิดนี้มีรูปมาจากกริยาหรือนามโดยการเติมปัจจัย (suffix) ที่ท้ายกริยาหรือนามตัวนั้น

นามนับได้และนามนับไม่ได้[แก้ไข]

หน้าที่ของคำนาม[แก้ไข]

พจน์ของคำนาม[แก้ไข]

Number of Noun ~ พจน์ของคำนาม การศึกษาเรื่องพจน์ของของคำนามจะทำให้สามารถใช้กริยาให้สอดคล้องกับรูปพจน์ของคำนามในกรณีที่เป็นประฑานในประโยค พจน์ของคำนามในภาษาอังกฤษแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ Singular Number ~ เอกพจน์ และ Plural Number ~ พหูพจน์

นามเอกพจน์ หมายถึง นามที่เป็นชื่อคน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ที่มีจำนวนเพียงสิ่งเดียว ส่วนนามพหูพจน์ หมายถึง นามที่เป็นชื่อคน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ที่มีจำนวนมากกว่าหนึ่งขึ้นไป การที่จะรู้ได้ว่าเป็นพหูพจน์หรือไม่ ดูได้จากรูปของนามตัวนั้น ซึ่งมีการเติม s บ้าง เปลี่ยนรูปบ้าง หรือมีเลขบอกจำนวนมาประกอบบ้าง

คำนามที่จะเปลี่ยนจากเอกพจน์ไปเป็นพหูพจน์นั้น จะสามารถเปลี่ยนได้เฉพาะสามานยนาม และสมุหนามเท่านั้น ส่วนวิสามานยนาม และวัตถุนามนั้น ถึงแม้จะทำให้เป็นรูปพหูพจน์ได้ แต่ความหมายมันจะเปลี่ยนไปจากรูปเอกพจน์ (ไม่ได้มีความหมายคงเดิมเหมือนการเปลี่ยนสามานยนาม และสมุหนาม) เช่น Brown เป็นรูปเอกพจน์ เป็นชื่อเฉพาะของบุคคลคนหนึ่ง แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นรูปพหูพจน์เป็น Browns จะมีความหมายว่า ครอบครัวของบราวน์ หรืออีกตัวอย่างหนึ่ง water แปลว่า น้ำ แต่ถ้าทำเป็นรูปพหูพจน์ waters จะแปลว่า ต้นน้ำลำธาร

ดูเพิ่ม[แก้ไข]