วิกิตำรา:ชั้นหนังสือ/ศาสนาและปรัชญา

จาก วิกิตำรา
ระดับการพัฒนาวิกิตำรา
เนื้อหาน้อย: 00%.svg กำลังพัฒนาเนื้อหา: 25%.png เนื้อหาใกล้สมบูรณ์: 50%.png เนื้อหาพัฒนาแล้ว: 75%.png เนื้อหาครอบคลุม: 100 percent.svg

ศาสนา[แก้ไข]

ความเชื่อ ความศรัทธาของมนุษยชาติ ที่พัฒนาจนถึงขั้นสูงสุด

ศาสนาดึกดำบรรพ์[แก้ไข]

วิกิตำราที่มีอยู่:

ศาสนาโบราณ[แก้ไข]

วิกิตำราที่มีอยู่:

(ไม่มี)

ศาสนาฮินดู[แก้ไข]

วิกิตำราที่มีอยู่:

(ไม่มี)

ศาสนาพุทธ[แก้ไข]

วิกิตำราที่มีอยู่:


ศาสนาพุทธ พระไตรปิฎกฉบับอื่นๆ[แก้ไข]

วิกิตำราที่มีอยู่:

ศาสนาคริสต์[แก้ไข]

วิกิตำราที่มีอยู่:

(ไม่มี)

ศาสนาอิสลาม[แก้ไข]

วิกิตำราที่มีอยู่:อิสลาม แปลว่า สันติ สันติสุข มีศาสดาเริ่มแรกจากก่อกำเนิดมนุษย์คู่แรกของโลก คือ อาดำกับฮาวา(อีฟ)และสืบต่อกันมาหลายศาสดา เช่น อิบรอฮิม(อับราฮัม)นุฮ์(โนอา)สุลัยมาน(โซโลมอน)มูซา(โมเสส)อีซา(เยซู)จนกระทั่งศาสดาองค์สุดท้ายมูฮัมหมัด(โมฮัมเหม็ด)เป็นต้น เพราะพระผู้เป็นเจ้าต้องการให้มนุษย์อยู่กันอย่างสงบสุข มีปรัชญาขั้นสูงสุด คือ การได้อยู่ใกล้ชิดกับพระเจ้าในสรวงสวรรค์ตลอดกาล(วันอาคีเราะห์ วันแห่งการพิพากษา)เป็นศาสนาจำนวนประชากรโลกนับถือมากที่สุดในโลก(คริสตศาสนาได้ยอมรับแล้ว)มีคัมภีร์ทางศาสนาทั้งหมด 104 เล่ม เช่น เตารอต อิลยิล ซาบูร คัมภีร์ 60 ซุฮุฟ คัมภีร์ 30 ซูฮุฟ และ อัลกุรอาน (คนทั่วไปเข้าใจว่ามีเฉพาะอัลกุรอานซึ่งไม่ถูกต้อง)มีประวัติศาสตร์คู่มนุษยชาติมาอย่างยาวนาน ซึ่งสามารถศึกษาได้จากคัมภีร์ต่างๆที่มีอยู่

ปรัชญา[แก้ไข]

การแสวงหาคำตอบต่อข้อสงสัยที่สุดของมนุษย์ "ความเป็นจริงคืออะไร" "what is reality" ปรัชญา เป็นศัพท์บัญญัติเพื่อแปลคำว่า philosophy ปรัชญา มาจากภาษาสันสกฤต “ชญา” แปลว่า รู้ เข้าใจ เมื่อเติม “ปร” นำหน้า จึงแปลว่า ความปราดเปรื่องหรือความรอบรู้ Philosophy = philos + sophia Philosophia แปลว่า ความรักหรือความปรารถนาจะเป็นผู้ปราดเปรื่อง

เรียนปรัชญา เพื่อรู้ปัญหาที่ยังแก้ไม่ตก ปัญหานั้นเป็นปัญหาอะไรก็ได้ ปัญหาเหล่านี้บ้างก็ความรู้เฉพาะสาขาวิชานั้นๆ มาตอบไว้แล้ว เป็นความรู้ที่ตายตัวแล้ว แต่ในบางปัญหาก็ยังไม่สามารถให้คำตอบที่แน่นอนตายตัวได้ จึงยังเป็น “ปัญหาปรัชญา” ต่อไป

ปรัชญามุ่งหา “คำตอบที่เป็นไปได้” นั่นคือ 1) มีเหตุผลสนับสนุนให้เห็นว่าเป็นคำตอบได้ หรือ 2) คำอธิบายคำตอบก็ไม่ขัดแย้งในตัวเอง และ 3) ไม่ไร้ความหมาย

ปัญหาปรัชญา เกิดจากสมรรถนะคิดของมนุษย์ จึงต้องฝึกมองให้เห็นปัญหาไว้ให้มาก ย่อมได้เปรียบผู้ที่มองไม่เห็นปัญหา

  • เพื่อรู้จักมองเห็นปัญหาที่คนธรรมดามองเองไม่เห็น
  • เพื่อรู้จักมองหาคำตอบทุกคำตอบที่เป็นไปได้
  • เพื่อรู้จักเก็บส่วนดีจากทุกคำตอบมาเป็นหลักยึดเหนี่ยวของตน

ผลที่เกิดจากการได้ศึกษาปรัชญา เห็นความสัมพันธ์ระหว่างวิชาต่างๆ ทุกวิชาเกิดจากแม่คือปรัชญา และเติบโตไปเป็นวิชาเฉพาะ แต่ก็ยังมีปรัชญาประยุกต์ที่ตามผลสรุปของวิชาต่างๆ เพื่อมองหา “ปัญหาปรัชญา” ต่อไป เห็นความสืบเนื่องของความคิดมนุษย์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คือรู้แนวความคิด แนวทางคำถาม คำตอบและแนวทางปฏิบัติตามแนวความคิดนั้นๆ และแนวความคิดอื่นๆ ในยุคก่อนหน้า ในยุคเดียวกัน และในยุคต่อๆ มา

ในความเป็นจริง ไม่มีนิยามใดของปรัชญาที่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายโดยดุษฎี ปรัชญาคืออะไร จึงตอบไม่ได้ เพราะความสนใจของปรัชญาเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย และพื้นที่

เนื้อหาปรัชญา

  • ความเป็นจริงคืออะไร (what is reality) เรียกว่าสาขา อภิปรัชญา (metaphysics) ความเป็นจริงคืออะไร จึงเป็นสิ่งที่มนุษย์สนใจไม่จบสิ้น ความเป็นจริงจึงเป็น reality อยู่อย่างนั้น ถ้าไม่มีความเป็นจริงก็คือ nothingness
  • เรารู้ความเป็นจริงได้อย่างไร (how to know reality) เรียกว่าสาขา ญาณวิทยา (epistemology) เรารู้ความเป็นจริงได้อย่างไร ทำให้มนุษย์คิด พิสูจน์ ถ้าพบว่าสิ่งที่เราคิดตรงกันกับความเป็นจริงก็คือความจริง (truth) แต่ถ้าสิ่งที่คิดไม่ตรงกับความเป็นจริงคือความเท็จ (false)
  • เครื่องมือของปรัชญา คือ ตรรกวิทยา (logic)
  • ปรัชญาประยุกต์ (applied philosophy) คือการนำเอาปรัชญาบริสุทธิ์ไปตีความผลสรุปของวิชาอื่นๆ

ตัวอย่างปัญหาปรัชญา

เอกภพมาจากไหน?

เอกภพ คือ cosmos คือจักรวาลที่เป็นระเบียบแบบแผน หมายถึง universe as a complex and orderly system ความสงสัยในปัญหานี้ทำให้เกิดวิชาจักวาลวิทยา cosmology ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของอภิปรัชญา ทำไมจึงเป็นคำถามปรัชญา ก็เพราะมนุษย์อยากรู้ว่าตนเองมาจากไหน โลกมาจากไหน คือการมองหา origin คำตอบที่เป็นไปได้ มีผู้ตอบมาตั้งแต่อดีต แต่ก็ยังไม่มีคำตอบใดที่ตอบได้จนหมดปัญหา

  • เทววิทยา ตอบตามความเชื่อศาสนาว่า “มีพระเจ้าสร้างโลก”
  • วิทยาศาสตร์ ตอบว่า มีการค้นพบวิทยาศาสตร์ว่าเอกภพเกิดจากหมอกเพลิง (nebula) อายุ 15,000 ล้านปี โดยมีการระเบิดออก (supernova) ได้ดาวฤกษ์เมื่อ 10,000 ล้านปีก่อน หรือ ก๊าซในหมอกเพลิงคือ interstellar gas รวมตัวกันเป็นเมฆแล้วจึงระเบิดออกเป็นดาวฤกษ์
  • ดาราศาสตร์ ตอบว่า เอกภพที่เราสนใจกันนี้ มันกำลังขยายตัว แสดงว่า ดาวฤกษ์ แกแลคซี่กำลังเคลื่อนที่ออกจากเรา ดังนั้น เอกภพจึงน่าจะเกิดจาก big-bang แต่ก็มีผู้ที่พบว่าสสารทุกอย่างในเอกภพในภาพรวมยังคงเหมือนเดิม จึงเชื่อว่าเอกภพเกิดจาก steady state

ทำไมจึงยังเป็นคำถามปรัชญา มีคำตอบแต่ยังตอบไม่หมด เพราะมีคำถามต่อที่ยังตอบไม่ได้

  • คำถามต่อคำตอบเทววิทยา พระเจ้าย่อมเป็นผู้สร้าง (creator) ย่อมเป็นผู้สร้างหมอกเพลิง แล้วใครสร้างพระเจ้า พระเจ้าสร้างทุกอย่างจากความว่าง หรือ พระเจ้าสร้างทุกอย่างเพื่อแสดงพระองค์ คำตอบเหล่านี้ยังคงถกเถียงกันอยู่จนทุกวันนี้
  • คำถามต่อวิทยาศาสตร์ หมอกเพลิงที่มีอยู่นี้จะเย็นลงไปเรื่อยๆ จนถึง 0 องศาเคลวิน ซึ่งเป็น (absolute degree) ได้ไหม แล้วจะกลับมาร้อนใหม่ได้อีกไหม แล้วจะเย็นสลับร้อนไปมาหรือไม่ วิทยาศาสตร์ยังคงไม่อาจให้คำตอบได้
  • คำถามต่อดาราศาสตร์ เมื่อกาแล็คซี่ขยายตัวไปเช่นนี้มันจะชนกันเองไหม แล้วมีขอบที่สุดที่มันจะขยายไปไหม ถ้ามีแสดงว่าเมื่อขยายตัวไปจนถึงที่สุดจะมีการหดกลับเข้ามาใช่ไหม

กีรติ บุญเจือ, ศาสตราจารย์, ราชบัณฑิต ได้แสดงอภิปรัชญาว่ามนุษย์มีกระบวนทรรศน์ทางปัญญาที่สืบทอดมาตั้งแต่เริ่มเป็นมนุษย์จนถึงปัจจุบัน โดยมีการวิวัฒน์ทางปัญญาด้วยความสงสัย ความอยากรู้ ความอยากฉลาด เกิดการเปลี่ยนคำถามประจำยุคและเสนอคำตอบใหม่ที่เป็นที่พอใจของทุกฝ่ายในยุคนั้นๆ กระบวนทรรศน์ทางปัญญานี้ แบ่งได้เป็น 5 ยุค ซึ่งก็คือกระแสปรัชญาในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ เรียกว่า กระบวนทรรศน์ปรัชญา ได้แก่

  • ปรัชญาดึกดำบรรพ์
  • ปรัชญาโบราณ
  • ปรัชญายุคกลาง
  • ปรัชญานวยุค
  • ปรัชญาหลังนวยุค


ปรัชญาดึกดำบรรพ์[แก้ไข]

วิกิตำราที่มีอยู่:

ปรัชญาโบราณ[แก้ไข]

วิกิตำราที่มีอยู่:

ปรัชญายุคกลาง[แก้ไข]

วิกิตำราที่มีอยู่:

ปรัชญานวยุค[แก้ไข]

วิกิตำราที่มีอยู่:

ปรัชญาหลังนวยุค[แก้ไข]

วิกิตำราที่มีอยู่:

อื่นๆ[แก้ไข]

วิกิตำราที่มีอยู่:

(ไม่มี)