ภาษาบาลีสำหรับผู้เริ่มต้น/บทที่ 4

จาก วิกิตำรา
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

คำศัพท์[แก้ไข]

คำศัพท์ ความหมาย
อักษรไทย อักษรโรมัน
คำนาม (เพศชาย + ลงท้ายด้วย -a /อะ/)
ธีวร dhīvara ชาวประมง
อมจฺจา amacca อำมาตย์, อมาตย์ (ภาษาสันสกฤต) (เทียบเท่าตำแหน่งรัฐมนตรีในปัจจุบัน)
ทารก dāraka ทารก, เด็กผู้ชาย
สปฺป sappa งูใหญ่
โสปาน sopāna บันได
มจฺฉ maccha ปลา (มัจฉา)
อุปาสก upāsaka อุบาสก
สาฏก sāṭaka เสื้อผ้า
ปญฺห pañha ปัญหา
สูกร, วราห sūkara, varāha หมู (สุกร)
ปิฏก piṭaka ตะกร้า (พระไตรปิฎก = สามตะกร้า)
ปาสาท pāsāda ปราสาท (ภาษาสันสกฤต)
รชก rajaka คนซักผ้า
สุก, สุว suka, suva นกแก้ว
คำกริยา (ผันตามกาลปัจจุบัน + ประธานบุรุษที่สาม + เอกพจน์)
ตรงกับ he/she/it + V.-s/es หรือ is + V.-ing ในภาษาอังกฤษ
ปตติ patati ร่วง, หล่น, ตก
ฑสติ ḍasati กัด
ขาทติ khādati กิน
นิกฺขมติ nikkhamati ออก, ออกเดินทาง
โธวติ dhovati ล้าง
ปุจฺฉติ pucchati ถาม (ปุจฉา)
หนติ hanati ฆ่า
อิจฺฉติ icchati ปรารถนา, ต้องการ
(อิจฉา - คนไทยยืมคำนี้มาใช้โดยผิดไปจากความหมายเดิมในภาษาบาลี)
ปกฺโกสติ pakkosati เรียก, เรียกตัว
โอตรติ otarati ลง, เคลื่อนตัวลงมา

การผันคำนามเพศชายที่ลงท้ายด้วย -a[แก้ไข]

การผันคำนามเพศชายที่ลงท้ายด้วย -a ให้ทำหน้าที่เป็นที่มาของกริยา มีหลักการดังนี้

ที่มาของกริยา ในภาษาบาลีเรียกว่า ปัญจมี ตรงกับภาษาอังกฤษคำว่า Ablative เช่น
ฉันขอขนมจากแม่ - แม่ ทำหน้าที่เป็น ที่มาของกริยา โดยมีคำว่า จาก เป็นตัวบ่ง
ในภาษาบาลี เมื่อแปลนามที่ทำหน้าที่ที่มาของกริยาออกมาเป็นภาษาไทย จะให้ความหมายว่า แต่..., จาก... หรือ กว่า...
1. ถ้าต้องการให้เป็นเอกพจน์ ให้เติม , -mhā, หรือ -smā ที่ท้ายต้นเค้าคำนาม (เติม -อา, -มฺหา, -สมา)
ที่ต้องมีการผันได้หลายแบบ ก็เพื่อให้สามารถลงสัมผัสในคำประพันธ์ได้
เอกพจน์ + ชา่ย + ที่มา
nara + ā, mhā, smā = narā, naramhā, narasmā (นรา, นรมฺหา, นรสฺมา)
mātula + ā, mhā, smā = mātulā, mātulamhā, mātulasmā (มาตุลา, มาตุลมฺหา, มาตุลสฺมา)
kassaka + ā, mhā, smā = kassakā, kassakamhā, kassakasmā (กสฺสกา, กสฺสกมฺหา, กสฺสกสฺมา)


จากประโยคข้างต้น มีความหมายว่า จากผู้ชาย, จากลุง, จากชาวนา ตามลำดับ
2. ถ้าต้องการให้เป็นพหูพจน์ ให้เติม -ehi ที่ท้ายต้นเค้าคำนาม (เติม -เอหิ)
ถ้าในภาษาบาลีโบราณจะเป็น -ebhi (-เอภิ) เช่น narebhi (นเรภิ)
พหูพจน์ + ชา่ย + ที่มา
nara + ehi = narehi (นเรหิ)
mātula + ehi = mātulehi (มาตุเลหิ)
kassaka + ehi = kassakehi (กสฺสเกหิ)


ผู้อ่านจะพบว่า ถ้าผันคำนามด้วย -ā จะมีรูปเหมือนกับรูปประธานพหูพจน์เหมือนกัน ผู้อ่านจะสามารถแยกแยะได้โดยใช้ลำดับคำในภาษาบาลี ซึ่งจะกล่าวถึงในส่วนต่อไป

รูปแบบประโยค[แก้ไข]

ประโยคในภาษาบาลีจะเรียงเป็น ประธาน + เครื่องมือ + ที่มา + กรรมตรง + กริยา (S Inst Src O V) เช่น

โครงสร้างประโยค
Yācako naramhā bhattaṃ yācati.
ยาจโก นรมฺหา ภตฺตํ ยาจติ
ขอทาน (จาก) ผู้ชาย
(ที่มา)
อาหาร
(กรรมตรง)
ขอ
= ขอทานขอข้าวจากผู้ชาย
เอกพจน์
Putto mātulamhā pañhaṃ pucchati. (ปุตฺโต มาตุลมฺหา ปัญฺหํ ปุจฺฉาติ) = บุตรถามปัญหาจากลุง
Kassako rukkhasmā patati. (กสฺสโก รุกฺขสฺมา ปตติ) = ชาวนาตกจากต้นไม้


พหูพจน์
Yācakā narehi bhattaṃ yācanti. (ยาจกา นเรหิ ภตฺตํ ยาจนฺติ) = พวกขอทานขอข้าวจากพวกผู้ชาย
Puttā mātulehi pañhe pucchanti. (ปุตฺตา มาตุเลหิ ปัญฺเห ปุจฺฉนฺติ) = พวกบุตรถามปัญหาทั้งหลายจากพวกลุง
Kassakā rukkhehi patanti. (กสฺสกา รุกฺเขหิ ปตนฺติ) = พวกชาวนาตกจากต้นไม้ทั้งหลาย


แบบฝึกหัด[แก้ไข]

จงแปลเป็นภาษาไทย[แก้ไข]

  1. Corā gāmamhā pabbataṃ dhāvanti.
  2. Dārako mātulasmā odanaṃ yācati.
  3. Kumāro sopānamhā patati.
  4. Mātulā sāṭake dhovanti.
  5. Dhīvarā piṭakehi macche āharanti.
  6. Upāsakā samaṇehi saddhiṃ vihārasmā nikkhamanti.
  7. Brāhmaṇo kakacena rukkhaṃ chindati.
  8. Kumārā mittehi saha bhūpālaṃ passanti.
  9. Vāṇijo assena saddhiṃ pabbatasmā oruhati.
  10. Yācako kassakasmā soṇaṃ yācati.
  11. Sappā pabbatehi gāmaṃ otaranti.
  12. Amaccā sarehi mige vijjhanti.
  13. Coro gāmamhā sakaṭena sāṭake harati.
  14. Bhūpālo amaccehi saddhiṃ rathena pāsādaṃ āgacchati.
  15. Sūkarā pādehi āvāṭe khaṇanti.
  16. Kumāro sahāyakehi saha sāṭake dhovati.
  17. Samaṇā gāmamhā upāsakehi saddhiṃ nikkhamanti.
  18. Kukkuro piṭakamhā macchaṃ khādati.
  19. Mitto puttamhā sunakhaṃ yācati.
  20. Buddho sāvake pucchati.
  21. Amaccā paṇḍitehi pañhe pucchanti.
  22. Rajako sahāyena saha sāṭakaṃ dhovati.
  23. Macchā piṭakamhā patanti.
  24. Corā pāsāṇehi varāhe paharanti.
  25. Amacco pāsādamhā suvaṃ āharati.

จงแปลเป็นภาษาบาลี[แก้ไข]

  1. พวกม้าวิ่งจากหมู่บ้านไปยังภูเขา
  2. พวกพ่อค้ามาจากเกาะไปยังวิหารพร้อมด้วยอุบาสกทั้งหลาย
  3. พวกขโมยยิงหมูทั้งหลายด้วยศรทั้งหลาย
  4. อุบาสกถามเรื่องธรรมะจากพระสงฆ์
  5. เด็กตกจากหินพร้อมกับเพื่อน
  6. สุนัขกัดเด็ก
  7. อำมาตย์ทั้งหลายออกเดินทางจากพระราชวังพร้อมด้วยพระราชา
  8. ผู้ชายนำกวางมาจากเกาะ
  9. ชาวนาลงมาจากต้นไม้
  10. สุนัขทั้งหลายวิ่งไปด้วย (ตาม) ถนนพร้อมกับพวกม้า
  11. พวกเด็กผู้ชายนำตะเกียงทั้งหลายไปจากพวกพ่อค้า
  12. ขโมยลงจากบันได
  13. พวกพ่อค้านำนกแก้วทั้งหลายมาจากภูเขาทั้งหลาย
  14. ม้าทำร้ายงูใหญ่ด้วยเท้า
  15. ลุงพร้อมกับพวกเพื่อนเห็นพระสงฆ์ทั้งหลายจากภูเขาทั้งหลาย
  16. พวกพ่อค้านำม้าทั้งหลายจากเกาะมาสู่พระราชวัง
  17. อำมาตย์ถามขโมย
  18. ชาวนากินข้าวพร้อมกับคนซักล้าง
  19. เด็กตกจากบันได
  20. ชาวประมงปีนภูเขาพร้อมกับลุง
  21. ยาจกนอนพร้อมกับสุนัข
  22. เหล่าพระราชาปกป้องเกาะทั้งหลายพร้อมกับอมาตย์ทั้งหลาย
  23. พระราชากราบพระพุทธเจ้าจากพระราชวัง
  24. ผู้ชายฆ่างูใหญ่ด้วยดาบ
  25. ชาวประมงนำปลามาสู่หมู่บ้านด้วยเกวียน
  26. สุกรทั้งหลายวิ่งจากหมู่บ้านไปสู่ภูเขา
  27. เหล่าอุบาสกถามคำถามทั้งหลายจากบัณฑิต
  28. บุตรชายนำนกแก้วมาจากต้นไม้
  29. เหล่าบัณฑิตไปยังวิหาร
  30. เหล่าสาวกไปด้วย (ตาม) ถนนไปสู่หมู่บ้าน