โอเพนออฟฟิศดอตอ็อก

จาก วิกิตำรา
(เปลี่ยนทางจาก OpenOffice.org)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

โอเพนออฟฟิศดอตอ็อก เป็นชุดโปรแกรมสำเร็จรูปด้านสำนักงานที่มีความสามารถครบถ้วน โดยประกอบไปด้วย Writer โปรแกรมด้านประมวลผลคำ, Calc โปรแกรมด้านตารางคำนวณ, Impress โปรแกรมด้านการนำเสนอ, Drawโปรแกรมสำหรับการวาดภาพ, Math โปรแกรมสร้างสมการคณิตศาสตร์ และ Base โปรแกรมสร้างและจัดการฐานข้อมูล ซึ่งสามารถทำงานกับภาษาไทยได้อย่างสมบูรณ์ และใช้งานร่วมกับเอกสารไมโครซอฟท์ออฟฟิศได้เป็นอย่างดี ข้อดีของโปรแกรม OpenOffice.org อีกประการหนึ่งก็คือเราสามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรี และเป็นซอฟท์แวร์ประเภท OpenSource คือมีการแจกซอร์สโค้ดของโปรแกรมออกไปให้พัฒนาได้อย่างอิสระ

แนะนำ OpenOffice.org[แก้ไข]

รู้จักภาพรวมของ OpenOffice.org[แก้ไข]

OpenOffice.org Writer โปรแกรมเวิร์ดโปรเซสเซอร์ที่มีความสามารถครบถ้วน เหมาะสำหรับการสร้างเอกสารระดับมืออาชีพ รายงาน จดหมายข่าว หรือโบรชัวร์ Writer มีความสามารถในการจัดการ style ได้อย่างสะดวก ทำให้การจัดรูปแบบเอกสารเป็นเรื่องง่าย

OpenOffice.org Calc มีความสามารถทางด้านสเปรดแผ่นงานครบถ้วน สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการคำนวณ วิเคราะห์ข้อมูล และนำเสนอข้อมูลด้วยเครื่องมือสร้างชาร์ตสองและสามมิติ Calc มีฟังก์ชันทางธุรกิจ สถิติ และวิทยาศาสตร์ครบถ้วน พร้อมทั้งความสามารถในการทำ pivot table

OpenOffice.org Impress เครื่องมือสร้างพรีเซนเทชันที่สมบูรณ์ สามารถใช้ effect และ animation เพื่อสร้างสไลด์มัลติมีเดียที่นำเสนอข้อมูลของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถวาดไดอะแกรมและรูปภาพประกอบได้ภายใน Impress เลย

OpenOffice.org Draw เครื่องมือวาดภาพที่รองรับทั้งเวกเตอร์และบิตแมป สามารถใช้สร้างได้ตั้งแต่ไดอะแกรมง่าย ๆ ไปจนถึงรูปที่ประกอบด้วยวัตถุ 3 มิติ หรือ special effect เหมาะสำหรับวาดภาพเป็นส่วนประกอบในเอกสารหรือพรีเซนเทชัน Draw มี connector ที่ใช้เชื่อมวัตถุเข้าด้วยกันเพื่อให้สามารถเคลื่อนวัตถุโดยที่ยังรักษาเส้น ระหว่างกัน ทำให้งานวาดไดอะแกรมที่ซับซ้อนเป็นเรื่องที่ง่ายดาย

OpenOffice.org Base เป็นเครื่องมือจัดการงานฐานข้อมูล (Database) ที่ทำให้สามารถสร้างและจัดการระบบฐานข้อมูลได้อย่างง่ายดาย สามารถเข้าถึงและวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก สร้างรายงานที่ซับซ้อน หรือทำจดหมายเวียนจากฐานข้อมูลลูกค้า สามารถสร้างฐานข้อมูลภายใน OpenOffice.org หรือเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลภายนอกทั้งที่เป็นโอเพนซอร์สและเชิงพาณิชย์เช่น dBase, MySQL หรือดาต้าเบสตัวอื่นๆ โดยผ่านทาง ODBC และ JDBC

เมื่อติดตั้งโปรแกรม OpenOffice.org เสร็จสิ้น เราสามารถเปิดดูรายชื่อโปรแกรมที่ติดตั้งได้โดยคลิกเมาส์ปุ่ม Start เลือก All Programs (ในที่นี้เราแสดงการใช้งาน OpenOffice.org บนระบบปฏิบัติการ Windows XP เป็นหลักหากเราติดตั้ง OpenOffice.org บน Windows รุ่นอื่นๆ ก็สามารถประยุกต์ใช้ได้ เพราะมีฟังก์ชั่นการทำงานที่คล้ายกัน)

จากหน้าตาของเมนูย่อยโปรแกรม OpenOffice.org นั้น มีไอคอนสำหรับเรียกใช้โปรแกรมต่างๆ ดังนี้

Openoffice-splash.png

NOTE หลังติดตั้ง OpenOffice.org เมื่อเปิดเข้าใช้งานโปรแกรมต่างๆ ครั้งแรก โปรแกรมจะแสดงหน้าต่างต้อนรับ และให้เราลงทะเบียนชื่อผู้เข้าใช้งานก่อน (ทำครั้งเดียว)


เมื่อเราเข้าสู่โปรแกรมหลักใน OpenOffice.org ไม่ว่าจะเป็น Writer, Calc, Impress หรือ Draw จะมีส่วนประกอบหลายอย่างที่เหมือนกัน อาทิ การจัดวางกลุ่มคำสั่ง การขอความช่วยเหลือ ซึ่งเราจะกล่าวถึงในบทนี้

OpenOffice.org Writer[แก้ไข]

รู้จักโปรแกรม OpenOffice.org Writer[แก้ไข]

การบันทึกข้อมูลในการทำงานไม่ว่าจะเป็น รายงานการประชุม สรุปยอดขาย จดหมาย หรือเอกสารสำคัญๆ เหล่านี้โดยใช้มือเขียน หรือใช้เครื่องพิมพ์ดีดแบบในอดีตนั้นล้าสมัยไปเสียแล้ว เพราะข้อมูลเหล่านั้นอาจเสียหาย หรือชำรุดไปได้ง่าย อีกทั้งยังเกิดความยุ่งยากเมื่อต้องการแก้ไขหรือตกแต่งข้อมูล จึงขอแนะนำวิธีแก้ไขปัญหาเหล่านั้นโดยการใช้โปรแกรม OpenOffice.org Writer จะช่วยลดขั้นตอนเหล่านี้ได้

เริ่มต้นการสร้างเอกสาร[แก้ไข]

ในบทนี้เราจะเริ่มต้นสร้างเอกสาร และใช้งานมุมมองต่างๆ ในการแสดงข้อความ การแก้ไข และจัดการข้อความในเอกสารให้เป็นระเบียบ

การตกแต่งเอกสาร[แก้ไข]

Font (ฟอนต์) คือรูปแบบตัวอักษรใน Windows ที่เรานำมาใช้ได้ การใช้ฟอนต์ที่แตกต่างกันจะทำให้ข้อความในเอกสารดูน่าสนใจ สำหรับแต่ละฟอนต์จะมีชื่อประจำตัวอยู่ เช่น Arial, CordiaUPC, Times New Roman เป็นต้น ฟอนต์ แบ่งได้เป็นฟอนต์สากลที่ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย และมีฟอนต์ที่ถูกออกแบบไว้ใช้กับภาษาในแต่ละประเทศ เช่น ฟอนต์ตระกูล DB, ฟอนต์ตระกูล JS หรือฟอนต์ที่ลงท้ายด้วย UPC เป็นฟอนต์ที่ถูกสร้างสำหรับใช้งานกับภาษาไทย เป็นต้น

การแทรกรูปภาพ รูปวาด แผนภูมิ และสมการคณิตศาสตร์[แก้ไข]

เราอาจต้องนำกราฟ ผังองค์กร สมการคณิตศาสตร์ เพื่อนำมาประกอบกับเนื้อหา หรืออาจใช้รูปภาพเสริมประเด็นที่เขียนถึง หรือใช้ตกแต่งเอกสารให้ดูมีสีสันมากขึ้น

การใช้งานตาราง[แก้ไข]

การเก็บข้อมูลอยู่ในรูปของตาราง โดยการแบ่งเนื้อหาออกเป็นแถวและคอลัมน์ จะช่วยให้ข้อมูลในปริมาณมาก ดูเป็นระเบียบและอ่านได้ง่าย ตารางประกอบด้วย 2 ส่วน คือ Row (แถว) และ Columns (คอลัมน์) จุดที่ตัดกันของแถวและคอลัมน์เกิดเป็นช่อง ช่องแต่ละช่องที่เกิดขึ้น เรียกว่า Cells (เซลล์)

จัดการเอกสารอย่างมืออาชีพ[แก้ไข]

Writer มีความสามารถในการจัดการเอกสาร ตั้งแต่การค้นหาและแทนที่ด้วยคำใหม่ การตรวจคำผิดและไวยากรณ์ ไปจนถึงการแก้ไขคำที่มักพิมพ์ผิดให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยให้การสร้างเอกสารนั้นสะดวกรวดเร็ว

การสร้างจดหมาย[แก้ไข]

ในโปรแกรม Writer นั้นมีชุดคำสั่งอัตโนมัติ (เรียกว่า Wizard หรือตัวช่วยสร้าง) ทำให้เราสามารถสร้างจดหมาย ใบปะหน้าแฟกซ์ และสร้างซองจดหมายได้รวดเร็วทันใจ

การจัดทำเอกสารที่ซับซ้อน[แก้ไข]

เราจะกล่าวถึงการใช้คำสั่งอัตโนมัติในการจัดทำเอกสารที่มีความซับซ้อน เช่น ดัชนี/สารบัญ การใส่ลำดับเลขหน้า การใช้หัวกระดาษ และท้ายกระดาษ

การพิมพ์งาน และการบันทึกไฟล์เป็น PDF[แก้ไข]

หลังจากที่เราได้แก้ไขและตกแต่งเอกสารจนเป็นที่พอใจแล้ว ต่อไปก็จะเป็นการสั่งพิมพ์เอกสาร และกำหนดรายละเอียดการพิมพ์ เช่น ขนาดกระดาษที่ใช้ การจัดวางข้อมูลบนหน้ากระดาษ ไปจนถึงข้อความที่พิมพ์ตรงหัวกระดาษ และท้ายกระดาษ

Calc สร้างตารางงาน[แก้ไข]

รู้จักกับโปรแกรม Calc[แก้ไข]

โลกปัจจุบันเป็นโลกแห่งข้อมูลและข่าวสาร ในทุกๆ วันเราจะพบว่ามีข้อมูลมากมายที่จะต้องนำมาจัดเก็บและทำการวิเคราะห์ เช่น ข้อมูลการซื้อขายหลักทรัพย์ ยอดขายสินค้าของบริษัท ตัวเลขรายรับรายจ่าย และปริมาณสินค้าคงคลัง ข้อมูลเหล่านี้แม้จะมีปริมาณที่มากแต่มักจะถูกจัดเก็บในลักษณะของตาราง เพื่อให้ดูง่ายและเป็นระเบียบยิ่งขึ้น หากเราบันทึกข้อมูลทั้งหมดลงในกระดาษเราจะพบว่าต้องใช้เวลาอย่างมาก เมื่อต้องการนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ หรือนำมาจัดทำเป็นรายงาน เพราะต้องแก้ไขข้อมูลอยู่บ่อยๆ จนบางครั้งอาจต้องพิมพ์ข้อมูลทั้งหมดใหม่ นอกจากนี้การนำข้อมูลมาคำนวณอาจเกิดข้อผิดพลาดได้ การใช้โปรแกรม Calc จะทำให้สิ่งเหล่านี้เปลี่ยนไปเพราะ Calc เป็นโปรแกรมที่สามารถจัดการข้อมูลในตารางได้เป็นอย่างดี และใช้งานได้ง่าย

การทำงานกับแผ่นงาน[แก้ไข]

การใช้ Calc นั้นสะดวกกว่าการบันทึกข้อมูลในกระดาษมาก เพราะการแก้ไขข้อมูลนั้นสะดวกรวดเร็ว แม้ข้อมูลในตารางจะมีปริมาณมากเท่าใดก็ตาม ในบทนี้เราจะได้รู้จักกับวิธีแก้ไขข้อมูลที่ป้อนในตาราง การปรับขนาดความกว้างของคอลัมน์และความสูงของแถว เพื่อแสดงข้อมูลอย่างเหมาะสม จนถึงการยกเลิกคำสั่งที่ได้ทำไปในกรณีที่เกิดข้อผิดพลาด

เรื่องของสมุดงาน และแผ่นงาน[แก้ไข]

เราเรียกไฟล์ที่ใช้ใน Calc ว่า สมุดงาน โดยในหนึ่งสมุดงานจะประกอบด้วยหลายหน้า ซึ่งแต่ละหน้านี้มีชื่อเรียกว่า แผ่นงาน การมีหลายแผ่นงานในสมุดงานเดียว ทำให้เราสามารถจัดข้อมูลได้อย่างเป็นหมวดหมู่ โดยให้แยกอยู่ในแผ่นงานที่แตกต่างกัน เช่น ในสมุดงานที่เก็บยอดขายสินค้าของบริษัท เราสามารถแยกเก็บตัวเลขยอดขายของสินค้าแต่ละประเภทไว้ในแผ่นงาน 3 แผ่นที่มีชื่อว่า IT Books, SE Books และ CD-ROM ดังรูป โดยเมื่อ Calc ทำการบันทึกข้อมูลแผ่นงานเหล่านี้จะถูกเก็บไว้ในไฟล์เดียวกัน

โดยปกติในแต่ละสมุดงาน Calc จะกำหนดให้มีแผ่นงานอยู่ 3 แผ่น อย่างไร ก็ตามเราสามารถเพิ่มหรือลดจำนวนแผ่นงานได้ถ้าต้องการ

การตกแต่งแผ่นงาน[แก้ไข]

ข้อมูลที่เราจัดทำในตาราง จะดูไม่น่าสนใจสำหรับผู้อื่นที่เราต้องการจะสื่อสารด้วย หากเราไม่ตกแต่งให้ดูสวยงาม ซึ่งในบทนี้เราจะใช้สี และรูปแบบตัวอักษรต่างๆเพื่อเน้นส่วนที่สำคัญ และการจัดข้อมูลให้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยการกำหนดรูปแบบการแสดงข้อมูลและการขีดเส้นตาราง

การใช้สูตรคำนวณ[แก้ไข]

นอกจาก Calc จะสามารถบันทึกข้อมูลในตารางและตกแต่งข้อมูลให้ดูสวยงามดังที่เราได้เห็นในบทที่ผ่านมาแล้ว Calc ยังมีคุณสมบัติที่สำคัญมากนั่นคือ การคำนวณข้อมูลในตาราง โดยใช้สูตรและฟังก์ชั่นการคำนวณที่สามารถให้ผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ในบทนี้จะกล่าวถึงการใช้สูตรคำนวณ การคัดลอกและเคลื่อนย้ายสูตรใน Calc

ฟังก์ชั่นการคำนวณ[แก้ไข]

ใน Calc มีฟังก์ชั่นการคำนวณที่เราสามารถนำมาใช้ได้ โดยไม่ต้องสร้างสูตรคำนวณที่ซับซ้อนด้วยตัวเราเอง เช่น แทนการใช้สูตร =E5+E6+E7 เราสามารถใช้ฟังก์ชั่น =SUM(E5:E7) ได้ที่มีความหมายว่าให้หาผลรวมตั้งแต่เซลล์ E5 จนถึง E7 กรณีที่เราได้ตั้งชื่อกลุ่มเซลล์ไว้ เช่น เซลล์ E4 ถึง E7 มีชื่อเป็น Dec เราก็สามารถใช้ชื่อกลุ่มเซลล์นั้นกับฟังก์ชั่นได้เลย =SUM(Dec) เราจะพบว่าสำหรับการคำนวณแบบต่างๆ ที่มีการใช้บ่อย มีฟังก์ชั่นใน Calc ที่สามารถทำหน้าที่เหล่านั้นได้ การนำฟังก์ชั่นเหล่านี้มาใช้จะทำให้การทำงานนั้น สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้นเพราะเราไม่ต้องเขียนสูตรขึ้นมาใหม่ทุกครั้ง แต่สามารถนำฟังก์ชั่นที่มีอยู่แล้วมาใช้ได้ทันที

การสร้างแผนภูมิแบบต่างๆ[แก้ไข]

เมื่อข้อมูลในตารางมีปริมาณมากขึ้น นอกจากการวิเคราะห์และเปรียบเทียบข้อมูลจะทำได้ยากแล้ว การนำเสนอข้อมูลแบบตารางจะดูไม่น่าสนใจ วิธีที่ดีกว่าคือการแสดงข้อมูลโดยใช้แผนภูมิ เพราะสามารถสื่อความหมายได้ชัดเจน ในบทนี้เราจะได้รู้จักกับวิธีสร้างแผนภูมิชนิดต่างๆ โดยใช้รูปแบบแผนภูมิอัตโนมัติ (AutoFormat Chart) การปรับเปลี่ยนรายละเอียดต่างๆ ของแผนภูมิ และเทคนิคการปรับแต่งแผนภูมิ

ตกแต่ง Calc ด้วยภาพ[แก้ไข]

การตกแต่งแผ่นงานด้วยรูปภาพ นอกจากจะช่วยเสริมเติมแต่งแผ่นงานให้ดูโดดเด่นขึ้นแล้ว ยังมีส่วนช่วยในการอธิบายข้อมูลให้เข้าใจง่ายขึ้นด้วย ในบทนี้เราจะได้รู้จักกับการใช้ภาพตั้งแต่การตกแต่ง ปรับเปลี่ยนขนาดและสีสันของภาพ จนถึงการวาดรูปด้วยตัวเราเอง

การพิมพ์งาน[แก้ไข]

หลังจากที่เราได้แก้ไข และตกแต่งแผ่นงานจนเป็นที่พอใจแล้ว ขั้นตอนต่อไปที่เราต้องเรียนรู้ก็คือ การพิมพ์แผ่นงานให้มีรูปแบบตามที่ต้องการใน Calc เราสามารถกำหนดรายละเอียดการพิมพ์ เช่น ขนาดกระดาษที่ใช้ ลักษณะการจัดวางข้อมูลบนหน้ากระดาษ ไปจนถึงข้อความที่พิมพ์ตรงหัวกระดาษ และท้ายกระดาษได้อย่างง่ายดาย โดยที่เราจะสั่งพิมพ์ข้อมูลทั้งหมดในแผ่นงาน หรือเลือกพิมพ์เฉพาะบางส่วนก็ได้

การบริหารข้อมูลที่มีปริมาณ[แก้ไข]

เมื่อข้อมูลในตารางมีปริมาณที่มากขึ้น การนำข้อมูลมาทำการคำนวณหรือวิเคราะห์จะทำได้ยากขึ้น เพราะเราไม่สามารถใช้สายตามองหาข้อมูลที่ต้องการในตารางได้อีกต่อไป เนื่องจากมีข้อมูลเต็มไปหมด เช่น ในตารางที่มีข้อมูลลูกค้า 100 คน การหารายละเอียดของลูกค้าชื่อ “สรัชวัน” จะใช้เวลามากถ้าเราใช้วิธีกวาดสายตาค้นหา วิธีที่ดีกว่าคือ การจัดลำดับข้อมูลในตารางให้เป็นระเบียบ และการใช้ระบบอัตโนมัติช่วยในการค้นหาข้อมูลที่ต้องการ Calc มีความสามารถในการจัดการข้อมูลได้เป็นอย่างดี และในบทนี้เราจะได้รู้จักกับการเรียงลำดับข้อมูล การใช้ AutoFilter เพื่อคัดเลือกข้อมูลที่ต้องการ ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถนำข้อมูลในตารางมาวิเคราะห์ เปรียบเทียบได้สะดวก และรวดเร็วยิ่งขึ้น

Impress สร้างงานนำเสนอ[แก้ไข]

รู้จักกับโปรแกรม Impress[แก้ไข]

สำหรับโปรแกรมที่น่าสนใจจากกลุ่มของโปรแกรม OpenOffice.org คือ Impress หรือ "โปรแกรมนำเสนอ" ซึ่งนอกจากจะอำนวยความสะดวกรวดเร็วในการสร้างงานนำเสนอแล้ว ยังเพิ่มความน่าสนใจให้กับงานนำเสนอได้อย่างน่าทึ่งด้วยการใช้รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหวและเสียง เป็นต้น

การทำงานกับข้อความ[แก้ไข]

การใช้ข้อความในการนำเสนอพรีเซนเตชั่นนั้นจัดเป็นเรื่องสำคัญ โดยนอกจากเราจะแก้ไขข้อความที่แสดงในสไลด์ได้อย่างสะดวกแล้ว เรายังสามารถนำตัวอักษรแบบต่างๆ มาเน้นข้อความได้อีกด้วย สำหรับในบทนี้เราจะกล่าวถึงการจัดการกับข้อความในสไลด์ โดยเริ่มตั้งแต่การใส่ข้อความ และการตกแต่งข้อความรูปแบบต่างๆ

การตกแต่งพื้นหลังของสไลด์[แก้ไข]

การใส่สีสันลงในสไลด์นั้นมีความคล้ายกับงานศิลป์อยู่บ้าง เพราะสไลด์ที่สวยงามดุจดังภาพวาดนั้น ย่อมเป็นที่ดึงดูดความสนใจจากผู้ชมการบรรยายได้เป็นอย่างดี ดังนั้น เราจึงไม่ควรมองข้ามเรื่องนี้ และสำหรับโปรแกรม Impress นั้น การสร้างสไลด์สวยๆ นั้นทำได้ไม่ยาก เพราะมีคำสั่งและเครื่องมือมากมายที่ช่วยเรื่องนี้โดยเฉพาะ

การตกแต่งภาพสไลด์[แก้ไข]

สำหรับในบทนี้เราจะกล่าวถึงการนำภาพที่มีอยู่ในเครื่องมาใช้ และการนำภาพจากแหล่งอื่นมาจัดเก็บรวมกันเป็นคลังภาพสำหรับใช้ในการจัดทำสไลด์ของเรา เช่น สแกนเนอร์ หรือกล้องถ่ายภาพดิจิตอล เป็นต้น

การใส่รูปวาดในสไลด์[แก้ไข]

ในบทนี้เราจะกล่าวถึงการใช้ภาพตั้งแต่การตกแต่ง การเปลี่ยนขนาดและสีสันของภาพ จนถึงการวาดรูปด้วยตนเอง

ตารางและกราฟ[แก้ไข]

ในบทนี้เราจะกล่าวถึงการนำเสนอข้อมูลลงในสไลด์ด้วยตาราง และกราฟ เพื่อทำให้งานพรีเซนเตชั่นเข้าใจได้ง่ายและน่าสนใจมากขึ้น

สร้างเทคนิคให้กับสไลด์[แก้ไข]

นอกจากการสร้างงานพรีเซนเตชั่น และการตกแต่งสไลด์ให้ดูสวยงาม และน่าติดตามโดยใช้ภาพ ข้อความ และกราฟแล้ว เรายังต้องพิจารณารายละเอียดในการนำเสนองานพรีเซนเตชั่นอีกด้วย เช่น การเลือกรูปแบบ เพิ่มเอฟเฟ็กต์หรือเสียงให้กับงานที่นำเสนอ ก็จะทำให้งานพรีเซนเตชั่นนั้นดูน่าสนใจและชวนติดตามมากขึ้น

การแสดงสไลด์[แก้ไข]

หลังจากที่เราได้สร้างและตกแต่งสไลด์ และจัดองค์ประกอบต่างๆ ในงานพรีเซนเตชั่นพร้อมแล้ว ต่อไปก็ถึงเวลานำเสนองานพรีเซนเตชั่น ดังหัวข้อต่อไปนี้

Draw วาดรูปและแผนภูมิ[แก้ไข]

เริ่มต้นการใช้งาน OpenOffice.org Draw[แก้ไข]

โปรแกรมวาดภาพ OpenOffice.org Draw เป็นหนึ่งโปรแกรมในชุดของ OpenOffice.org โดยโปรแกรมวาดภาพนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวช่วยในการวาดภาพในลักษณะของลายเส้น และมีลักษณะการใช้งานดังนี้

การจัดการรูปวาด การสร้างตัวเชื่อมต่อและกราฟ[แก้ไข]

Base สร้างฐานข้อมูล[แก้ไข]

ความเข้าใจพื้นฐานเรื่องฐานข้อมูล[แก้ไข]

ก่อนที่เราจะเริ่มต้นสร้างโปรแกรมฐานข้อมูลด้วย Base เราจะต้องวางแผนเกี่ยวกับการออกแบบฐานข้อมูลให้มีประสิทธิภาพและเหมาะสม ตรงกับจุดประสงค์ในการใช้งานมากที่สุด เนื่องจากการออกแบบที่ดีจะช่วยในหลายด้าน ทั้งการดูแลรักษาระบบฐานข้อมูล ทำให้ข้อมูลที่ได้มีความเป็นระบบระเบียบ สามารถรวบรวมข้อมูลต่างๆ เข้าด้วยกันได้สะดวก รวดเร็ว และทำการเปลี่ยนแปลงภายหลังได้ไม่ยุ่งยาก

การสร้างฐานข้อมูล[แก้ไข]

ในบทนี้ เราจะมาศึกษาการสร้างฐานข้อมูล และตารางที่เราได้ออกแบบมาแล้วในบทผ่านมาด้วย Base แล้วลองป้อนข้อมูลที่เราต้องการเก็บลงในตาราง โดยเราจะทำความเข้าใจตามหัวข้อต่างๆ ต่อไปนี้

การนำเข้าตาราง และจัดการข้อมูล[แก้ไข]

ในบทนี้ เราจะกล่าวถึงการนำตารางจากฐานข้อมูลอื่น มาใส่ในฐานข้อมูล Base และส่วนความสามารถอื่นๆ ของมุมมอง Table Data เช่น การเรียง และการค้นหา ซึ่งจะช่วยให้เราทำงานกับข้อมูลจำนวนมากได้สะดวก และลดเวลาในการทำงานลงไปได้มาก

Math เขียนสูตรคำนวณ[แก้ไข]

การใช้งาน OpenOffice.org Math[แก้ไข]

เอกสารในเชิงวิชาการ มักมีการพิมพ์ตัวเลขที่มีลักษณะพิเศษ หรือสมการคณิตศาสตร์ต่างๆ แทรกอยู่ด้วย เช่น เอกสารการวิจัย เอกสารโครงงานต่างๆ เป็นต้น การแทรกตัวเลขในลักษณะเหล่านี้ หรือสูตรสมการทางคณิตศาสตร์ โดยใช้ OpenOffice.org สามารถทำได้ไม่ยากนัก โดยจะมีโปรแกรม Math เพื่อแทรกตัวเลขแบบพิเศษต่างๆ หรือสมการทางคณิตศาสตร์ลงในเอกสารได้ตามต้องการ

สารบัญ[แก้ไข]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้ไข]